ลูกสาวร่ำไห้ร้องปวีณา แม่ทำงานร้านนวดญี่ปุ่น เสียชีวิตมีเงื่อนงำ วอนหาสาเหตุ-นำร่างกลับไทย
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม นางปวีณา หงสกล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ลงพื้นที่คอนโดฯ แห่งหนึ่งย่านบางซื่อ กรุงเทพฯ หลังได้รับการร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจากนักศึกษาสาว คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่พึ่งทราบข่าวสูญเสียแม่ซึ่งไปทำงานนวดแผนไทยที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งคาดว่าถูกฆาตกรรมภายในร้านนวดแผนไทย อย่างมีเงื่อนงำ
น.ส.มิ้น อายุ 20 ปี นักศึกษาสาว คณะสัตวแพทยศาสตร์ ชั้นปี 2 ร่ำไห้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า แม่ไปทำงานนวดแผนไทยนวดสปาที่เมืองอิบารากิ จังหวัด ยูกิ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อหาเงินส่งมาให้ตนเองเรียน ปกติจะคุยกับแม่ทุกวันผ่านแชตและ line แต่แม่หายไปตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา ติดต่อไม่ได้เลยซึ่งผิดสังเกตมาก หนูจึงได้สอบถามไปที่เจ้าของร้าน ก็บอกว่าไม่รู้เรื่องและไม่ยอมให้ข้อมูลอะไร หนูจึงได้โพสต์ตามหาแม่และมีคนมาให้ข้อมูลว่าแม่เสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 5 ต.ค.68 ภายในร้านสภาพเปลือยกาย ซึ่งหนูก็สงสัยว่าทำไมทางเจ้าของร้านถึงปิดบังและไม่ให้ข้อมูล จึงขอให้มูลนิธิปวีณาช่วยเหลือหาสาเหตุการเสียชีวิตของแม่และติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีและนำศพแม่กลับมาประเทศไทยให้หนูด้วย
หลังจากนี้หนูไม่รู้จะอยู่อย่างไรและจะเรียนจบได้หรือไม่เพราะต้องมีค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียนเมื่อไม่มีแม่แล้วหนูก็ห่วงว่าจะไม่มีอนาคตแทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่
ด้าน นางปวีณา กล่าวว่า หลังรับเรื่องจากน้องมิ้น ได้ประสาน ตำรวจสากลไทย และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อประสานตำรวจประเทศญี่ปุ่น และสถานทูตไทยในญี่ปุ่น ตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตของ น.ส.นงนภัทร์ และดำเนินการขั้นตอนการส่งศพผู้เสียชีวิตกลับมาที่ไทยโดยเร็ว

น.ส.กัญญาวีร์ กล่าวว่า พ่อกับแม่ตนแยกทางกันแต่ตอนตนเกิด แม่ตนได้สามีใหม่ ช่วยกันเปิดร้านชานมไข่มุก อยู่ย่านเสนานิคม แต่ช่วงหลังเศรษฐกิจไม่ดี จึงต้องไปหัดเรียนนวดย่านประชาอุทิศ จนกระทั่งช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา แม่ได้รับการชักชวนจากเพื่อนแม่ที่เป็นเอเจนซี ชักชวนไปทำงานที่ร้านนวดสปาที่เมืองอิบารากิ จังหวัดยูกิ ประเทศญี่ปุ่น แม่จึงตัดสินใจไปทำงาน ตนโทรศัพท์คุยกับแม่ทุกวัน แม่เล่าให้ฟังว่า ไปทำงานนวด แต่เจ้าของร้านบังคับให้ทำมากกว่านวด จึงจำเป็นต้องย้ายร้าน จนกระทั่งมาทำงานที่ร้านนาน่า ไทยสปา ได้ประมาณ 3 เดือน ล่าสุดคุยกับแม่ช่วง23.00น.ของวันที่4 ต.ค.แม่บอกว่า พี่นานา ซึ่งเป็นหญิงสาวเจ้าของร้านชาว จ.มหาสารคาม เลี้ยงเหล้า ตนก็เตือนให้แม่ระวังตัวด้วย แม่จะโทรสั่งอาหารออนไลน์มาให้ตนกับน.ส.ไสว นาหนองตูม อายุ73 ปี ซึ่งเป็นยายกินทุกวัน วันที่5ต.ค.โทรศัพท์ไปหาแม่ แต่ติดต่อแม่ไม่ได้ ส่วนเพื่อนของแม่ที่อยู่ประเทศไต้หวันบอกว่าติดต่อแม่ได้แค่ช่วงเที่ยงของวันที่5ต.ค.แล้วก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย
หลังจากนั้นตนได้โพสต์เฟซบุ๊กเพื่อตามหาแม่ มีใจความว่า “ตามหาคุณแม่ที่หายตัวไปที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ แม่ของหนูทำงานอยู่ที่เมือง ยูกิ (Yuki, ญี่ปุ่น) หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม เวลาประมาณ 10:00-11:00 น.(เวลาประเทศไทย) คนสุดท้ายที่ได้พูดคุยกับแม่คือเพื่อนของแม่ที่อยู่อีกประเทศหนึ่ง ซึ่งได้โทรคุยกับแม่ในช่วงเวลานั้น แม่บอกแค่ว่า “เดี๋ยวมา” แล้วก็ขาดการติดต่อไปตั้งแต่นั้น และโทรศัพท์วางไว้ที่เดิมไม่มีวี่แววการกลับมา จนตอนนี้แบตโทรศัพท์หมดไปแล้วค่ะหลังจากนั้นแม่ ไม่ตอบแชต โทรศัพท์ หรือโซเชียลมีเดียทุกช่องทางเลย
หนูเพิ่งทราบเรื่องวันนี้จากเพื่อนของแม่ที่เป็นคนสุดท้ายที่ได้คุยกับแม่ ตอนนี้ผ่านมาแล้ว 2 วัน ยังไม่มีวี่แววของแม่เลยค่ะ หนูพยายามติดต่อพี่ ๆ ที่ทำงานเดียวกับแม่ ทุกคนบอกเพียงว่า
“แม่อาจจะไปกับแฟน”แต่ปกตินิสัยของแม่ ไม่มีทางทิ้งหนูกับยายแน่นอน จะคอยสั่งอาหารให้ยายเสมอ
ตอนนี้หนูติดต่อ สถานทูตไทยในญี่ปุ่นแล้วหนูไม่รู้จะทำยังไงต่อแล้วจริง ๆ ค่ะ ตอนนี้หนูอยู่ในไทย และพยายามทุกทางที่ทำได้แล้วแต่ยังไม่มีข้อมูลอะไรเลยรบกวนทุกคนช่วยแชร์โพสต์นี้ออกไปทีนะคะ
ถ้าใครอยู่ญี่ปุ่น โดยเฉพาะในพื้นที่ เมืองยูกิ จังหวัดอิบารากิ
หรือมีข้อมูลเกี่ยวกับแม่ของหนู รบกวนช่วยแจ้งมาทางนี้หน่อยนะ
คะ
ขอให้แม่ปลอดภัย กลับมาหาหนูไวๆ นะคะ” หลังจากนั้นตนได้ติดต่อไปหาเจ้าของร้าน ได้รับคำตอบว่า ติดต่อแม่ไม่ได้เช่นกัน อาจออกไปกับแฟนใหม่หรือเปล่า ตนบอกว่าแม่มีแฟนอยู่แล้ว ไม่ทำแบบนั้นแน่นอน กระทั่งโพสต์นี้ออกไป มีคนแชร์โพสต์ออกไป189 ครั้ง มีเพื่อนแม่บอกให้ตนติดต่อกลับ และแจ้งว่าแม่ของตนเสียชีวิตตั้งแต่ช่วง14.00-15.00น.วันที่5 ต.ค.บนเตียงนวดภายในร้านไทยสปา ในลักษณะเปลือยกาย แต่ทางเจ้าของร้านปิดบังตน ภายหลังจากเจ้าของร้านทราบเรื่องว่าตนรู้ว่าแม่ตนเสียชีวิตแล้ว จึงลบรูปแม่ตนออกจากเพจร้านทันที

ต่อมาตนโพสต์ข้อความอีกว่า “ตอนนี้ยังไม่รู้สาเหตุการเสียชีวิตของคุณแม่ที่แน่ชัดนะคะ ทางคน รู้จักกับสถานทูตแจ้งว่าคุณแม่เสีย พร้อมบอกว่า เจ้าของร้านทราบแต่แรก แต่เลือกที่จะปิดบัง คุณแม่เสียชีวิตใสร้านที่ทำงานเลยค่ะ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 5/10 เวลาประมาณบ่ายๆ สาเหตุการเสียชีวิตยังตอบไม่ได้ค่ะรอชันสูตร” จากนั้นได้โพสต์ต่อว่า”ใครตามเจ้าของร้านได้ ช่วยบอกเค้าออกมารับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ กับแม่หนูหน่อยค่ะ แม่หนูเสียชีวิตในร้าน เค้าจงใจปกปิดข้อมูลทุกอย่าง
1. หนูให้เพื่อนแม่ติดต่อไปแต่เค้าแจ้งว่าแม่ไม่อยู่ร้าน และติดต่อแม่ไม่ได้[จงใจปิดบังข้อมูล] ทั้งที่แม่เสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 5 ซึ่งคือเมื่อวานแต่เค้าโกหก
2.หนูฟอลติกต๊อกเค้าไปเค้าลบแอคหนีหนู
3.เค้าลบรูปแม่ในเว็บร้านเค้าออกเพื่อปิดบังความผิด
4.เค้าเอาแอลกอฮอล์ให้แม่หนูกิน ไม่ทราบว่าใส่อะไรรึเปล่าสิ่งที่เค้าทำคือการกระทำที่ทำร้ายแม่หนูและจงใจปกปิดข้อมูลทุกอย่าง เพื่อหนีความผิดคดีฆาตกรรม
รบกวนสังคมและพี่ๆทุกคนช่วยกันแชร์เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยว กับเรื่องนี้ช่วยหนูหน่อยนะคะ
หนูมีแค่แม่คนเดียวในชีวิต แม่คือคนที่เลี้ยงดูและคอยซัพพอร์ตมาตลอด ไม่มีแม่หนูไม่รู้จะใช้ชีวิตยังไงต่อไป สิ่งที่เค้าทำกับร่างแม่หนูมันเจ็บปวดมากจนหนูไม่สามารถทนนิ่งเฉยได้”
จนกระทั่งเจ้าของร้านติดต่อกลับมาว่า “จะดูแลเรื่องค่าทำศพ และจะส่งเงินให้ตนวันละ300บาท ตามที่แม่ตนเคยส่งให้ อาจจะไม่ได้ทุกวัน แต่ขอให้ตนลบโพสต์ล่าสุด เพราะทำให้เสียชื่อร้าน”ตนส่งเลขบัญชีไปให้ แต่ยังไม่มีการโอนเงินแต่อย่างใด แต่ตนเห็นว่าเจ้าของร้านเจตนาไม่ดีตั้งแต่แรก จึงไม่ยอมลบโพสต์ ในวันนี้ตนได้ไปติดต่อขอใบมรณบัตรที่กรมการกงสุล ที่ถนนแจ้งวัฒนะ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องรอผลชันสูตรศพของแม่จากประเทศญี่ปุ่นในวันพฤหัสฯที่9 ต.ค.นี้
ด้านนางปวีณา กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้ประสานตำรวจสากลในประเทศไทย เพื่อให้ประสานตำรวจสากลที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำตัวเจ้าของร้านมาสอบสวนและดำเนินคดี และได้ประสานกระทรวงการต่างประเทศแล้ว และจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเคลื่อนย้ายศพกลับมายังประเทศไทยเพื่อให้ประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป


