หน้าแรก ภูมิภาค แม่สุดช้ำ ลูก...

แม่สุดช้ำ ลูกสาว ม.2 ถูก รปภ.โรงเรียนล่วงละเมิด แถมเพื่อนบูลลี่ พยายามจบชีวิต แต่ยายช่วยทัน

8.10.25 | 14:05 น.

แม่สุดช้ำ ลูกสาว ม.2 ถูก รปภ.โรงเรียนล่วงละเมิดทางเพศ แถมเพื่อนบูลลี่ พยายามจบชีวิต แต่ยายช่วยทัน จี้โรงเรียนเคร่งเรื่องบุคลากร หวังลูกได้ย้ายสถานศึกษา


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม นางเอ (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า ด.ญ.บี (นามสมมุติ) ลูกสาว อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ถูกชายอายุประมาณ 40 ปี ซึ่งเป็น รปภ.ของโรงเรียน ล่วงละเมิดทางเพศและพยายามข่มขืนในป้อมยามหน้าโรงเรียน เหตุเกิดวันที่ 27 กันยายน

นอกจากนี้ ลูกสาวยังถูกเพื่อนบูลลี่ โพสต์ใส่ร้ายเป็นโรคร้ายแรง จนเครียดและพยายามจบชีวิต แต่ยายช่วยเหลือทัน ส่งรักษาที่โรงพยาบาล รักษาตัวในห้อง ICU ถึง 6 คืน

นางปวีณาได้ประสาน พ.ต.อ.นิรุชพล โยธามาตย์ ผกก.สน.คันนายาว ให้แม่เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ รปภ.ที่ก่อเหตุแล้วเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ล่าสุดทางโรงเรียนได้ไล่ รปภ.ออกแล้ว และตำรวจนำตัว รปภ.มาสอบสวนให้การรับสารภาพ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

Advertisement

โดยวันนี้เชิญ ดร.ธีร์ ภวังคนันท์ อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (อดีตรองเลขาธิการ กพฐ.) นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ และ พ.ต.อ.นิรุชพล ร่วมประชุมที่มูลนิธิ เพื่อให้การช่วยเหลือ ซึ่งมีแม่ของเด็กร่วมประชุมด้วย เบื้องต้น เด็กต้องการย้ายโรงเรียน

ทั้งนี้ จะมีการบูรณาการช่วยเหลือและหามาตรการในการป้องกันเหตุร้ายในโรงเรียนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมูลนิธิปวีณาจะติดตามการช่วยเหลือเด็กหญิง ม.2 รายนี้ ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งเรื่องการฟื้นฟูสภาพจิตใจ การย้ายสถานศึกษา และติดตามคดีร่วมกับ พ.ต.อ.นิรุชพลเพื่อให้ความเป็นธรรมต่อไป

นางเอกล่าวว่า วันเกิดเหตุคือวันที่ 27 ก.ย. ประมาณ 8 โมงเช้า โรงเรียนปิดเทอมแล้ว ลูกให้ตนไปส่งที่โรงเรียนเพื่อจะไปพบครูขอแก้เกรดแล้วแม่ก็กลับ เมื่อไปถึงที่ป้อมยามหน้าโรงเรียนลูกโทรหาครู แต่ครูไม่ได้มาโรงเรียน ลูกจึงเรียกรถผ่านแอพพ์ให้รับกลับบ้าน ระหว่างรอรถ รปภ.เรียกให้ลูกเข้าไปนั่งในป้อมก่อน ลูกจึงเดินเข้าไปขอเข้าห้องน้ำ

นางเอกล่าวว่า หลังเดินออกจากห้องน้ำ รปภ.คนดังกล่าวได้เดินเข้ามากอดข้างหลัง แล้วล็อกตัวลงนั่งบนเก้าอี้ พร้อมกับจับหน้าอก จับอวัยวะเพศ และพยายามล้วงเข้าไปในเสื้อและกางเกงที่เป็นชุดพละ ซึ่งลูกก็ดิ้นรนขัดขืนต่อสู้จนหลุดออกมาได้ แล้วรีบหยิบกระเป๋าวิ่งหนีออกจากป้อมยาม โดย รปภ.ได้วิ่งไล่ตามมา แต่ลูกบอกว่าอย่านะ และด้านนอกป้อมยามมีกล้องวงจรปิด รปภ.จึงหยุดกลับเข้าไปในป้อม

นางเอกล่าวต่อว่า หลังกลับบ้านมาลูกก็มีอาการเซื่องซึม ไม่พูดจา ไม่กินข้าว จนเช้าวันที่ 28 ก.ย. ลูกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ยายฟัง จนพ่อกับแม่รู้เรื่องและโทรไปสอบถามครูประจำชั้นเพื่อให้ตรวจสอบ เนื่องจากเป็นวันอาทิตย์ และตั้งใจจะเดินทางไปโรงเรียนในวันจันทร์ แต่ลูกสาวเครียดมากที่ถูก รปภ.กระทำ รวมถึงที่ผ่านมาถูกเพื่อนบูลลี่ นำรูปลูกไปโพสต์ในโซเชียลและเขียนข้อความให้เสียหาย บอกว่าลูกติดเชื้อ HIV และติดเชื้อหนองใน ทำให้ลูกสาวเครียดจัด

“เช้าจันทร์ที่ 29 ก.ย. ขณะอยู่บ้านลูกเข้าไปในห้องน้ำแล้วกินน้ำยาล้างห้องน้ำเข้าไป พยายามจะฆ่าตัวตาย ตอนนั้นพ่อกับแม่ออกไปข้างนอก เตรียมจะเดินทางไปโรงเรียนเพื่อติดตามเรื่องลูกถูก รปภ.กระทำกับครูประจำชั้นและ ผอ.โรงเรียน จู่ๆ ยายโทรมาบอกแทบช็อก ยายกับเพื่อนบ้านเรียกรถพยาบาลมารับลูกสาวส่งโรงพยาบาล ต้องเข้ารักษาตัวในห้อง ICU ถึง 6 คืนกว่าจะพ้นขีดอันตราย

แม่ต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูก และเอาเรื่อง รปภ.ที่ก่อเหตุให้ถึงที่สุด อยากให้โรงเรียนได้รับรู้แก้ปัญหา ทั้งการคัดเลือกบุคลากรมาทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในโรงเรียน แต่กลับมาก่อเหตุกับเด็กนักเรียนเสียเอง และหามาตรการไม่ให้เกิดเหตุกับเด็กคนอื่นๆ อีก นอกจากนี้ ขอให้ทางโรงเรียนตรวจสอบเรื่องการบูลลี่กันระหว่างเด็กนักเรียน ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ ทำร้ายจิตใจเด็กมาก ที่ผ่านมาลูกบอกครูแล้ว แต่กลับไม่ได้รับการช่วยเหลือ แม่จึงขอให้มูลนิธิปวีณาช่วยเหลือด้วย” นางเอระบุ