บางบาล-เสนา ท่วมเดือนที่ 3 บางพื้นที่ลึก 3 เมตร 2 ศูนย์เด็กเล็ก ต้องปิดชั่วคราว
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วม โดยเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท คงการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนในอัตรา 2,400 ลบ.ม./วินาที ยังคงส่งผลทำให้มวลน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังคงส่งผลกระทบต่อชุมชนที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำยังคงท่วมสูง

ในพื้นที่อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ ติดกับแม่น้ำน้อยทั้งสองฝั่งได้รับผลกระทบแล้ว 17 ตำบล 130 หมู่บ้าน 4 ชุมชน รวมกว่า 9,338 หลังคาเรือน หลายชุมชนน้ำท่วมสูง 2-3 เมตร ถนนทางเข้าชุมชนถูกน้ำท่วม 42 สาย ทางโรงเรียนถูกน้ำท่วม 7 แห่ง มัสยิด 1 แห่ง และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอีก 2 แห่ง ต้องปิดชั่วคราว เนื่องจากระดับน้ำยังไม่ลด ขณะที่ในส่วนของโรงเรียนอยู่ในช่วงปิดเทอมอยู่แล้ว

โดยเฉพาะชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริม 2 ฝั่งแม่น้ำน้อย ต.บ้านแพน และอบต.รางจรเข้ ระดับน้ำท่วมสูงบ้านเรือนบางหลังท่วมจนถึงพื้นบ้าน บางหลังท่วมครึ่งหลัง หลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมมาแล้ว 3 เดือน หลายครอบครัวต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้ำ ทั้งกิน นอน และทำอาหารบนบ้านที่หนุนพื้นสูง

นางอารี สีคล้าย อายุ 59 ปี ชาวบ้านริมน้ำ กล่าวว่า น้ำขึ้นลงถึงพื้นบ้าน 3 รอบ เดือนตุลาคมเป็นเดือนที่ยาวนานที่สุด ไม่รู้น้ำจะกลับมาขึ้นอีกหรือไม่ ซึ่งจะเป็นแบบนี้ทุกปี พอน้ำมาเราก็หนุนบ้านรอให้สูงกว่าพื้น 1 เมตร เอาไว้เก็บของและเป็นที่นอน
ส่วนในพื้นที่อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกน้ำท่วมแล้ว 16 ตำบล 101 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 6,386 ครัวเรือน ระดับน้ำหลายชุมชนยังถูกท่วมสูง 2-3 เมตร

ขณะที่สถานการณ์ลุ่มน้ำป่าสัก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี ระบายน้ำในอัตรา 300 ลบ.ม./วินาที ขณะที่เขื่อนพระราม 6 ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ปักธงเขียว หลังสถานการณ์น้ำเริมลดลง โดยยังคงระบายน้ำในอัตรา 416 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำท้ายเขื่อน ลดลงประมาณ 50 ซม. และที่สะพานปรีดี–ธำรง อำเภอพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำลดลงประมาณ 90 ซม.





