หน้าแรก ภูมิภาค อลังการนาข้าว...

อลังการนาข้าวสีชมพู แลนด์มาร์กใหม่ ‘สิเกา’ เกษตรกรปลื้มเมล็ดพันธุ์โกยเงินเฉียดล้าน

8.10.25 | 15:27 น.

อลังการนาข้าวสีชมพู
แลนด์มาร์กใหม่‘สิเกา’
เมล็ดพันธุ์โกยเงินเฉียดล้าน


ที่หลานย่ารีสอร์ทแอนด์คาเฟ่ หมู่ 2 บ้านควนกุน ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง นายสนอง แสนสุข (เฮียอ๋อง) อายุ 58 ปี ได้พลิกพื้นที่สวนยางพารา หันมาทำนาข้าวสีชมพูบนเนื้อที่กว่า 2 ไร่ เริ่มจากการท่องยูทูบแล้วไปเจอภาพนาข้าวสีชมพู ที่ตำบลเกาะสุกร อ.ปะเหลียน จ.ตรัง จึงติดต่อขอซื้อเมล็ดพันธุ์ในราคาขีดละ 3,000 บาท โดยซื้อมาเพียง 2-3 ขีด ในปี 2564 ก่อนจะเริ่มเพาะขยายพันธุ์เอง จนได้ข้าวสีชมพูเต็มท้องทุ่งนา พร้อมทำร้านอาหารและรีสอร์ตควบคู่กันไป จนกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่และเป็นแห่งที่ 2 ใน จ.ตรัง ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เดินทางไปเที่ยวชมกันอย่างไม่ขาดสาย

ซึ่งจากความสวยงามของนาข้าวสีชมพูที่โดดเด่น เป็นสง่า จึงทำให้มียอดจองซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวสีชมพูไปทดลองปลูกไม่ต่ำกว่า 80-90 กิโลกรัม ทำให้ต้องเข้าคิวจองยาวถึงปีหน้า ซึ่งแต่ละรุ่นใช้เวลาปลูกประมาณ 120 วัน หรือ 4 เดือน จึงเก็บเกี่ยวได้ โดยได้ผลผลิตไร่ละประมาณ 30-40 กิโลกรัมเท่านั้น แต่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีหากมีน้ำเพียงพอหรือหมั่นเติมน้ำในแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งข้าวสีชมพู เมื่อเริ่มปลูกจะให้สีชมพูอมม่วงไปจนเริ่มตั้งท้องหรือประมาณ 3 เดือน ก่อนที่ใบจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมม่วง เพราะต้องการคลอโรฟิลล์ในการสังเคราะห์แสง แต่รวงข้าวจะยังให้สีชมพูอมม่วง สวยงาม ส่วนเมล็ดข้างในมีสีม่วงเข้ม เนื้อในเป็นแป้งสีขาว มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย รับประทานได้แต่ยังมีไม่พอขาย

ส่วนปุ๋ย ใช้ปุ๋ยคอก สลับกับปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ 15-15-15 เดือนละ 2 ครั้ง เมื่อข้าวเริ่มตั้งท้องใช้สูตรเร่งดอก 0-0-6-0 จะทำให้เมล็ดข้าวแตกรวงมาก ซึ่งปีนี้เกษตรกรปรับราคาขายจาก 2 ปีที่แล้วกิโลละ 15,000 บาท เหลือเพียงกิโลละ 3,500 บาท และขายเมล็ดละ 1 บาท สร้างรายได้เกือบ 1 ล้านบาทต่อปี โดยในท้องตลาดทั่วไปยังไม่มีเมล็ดพันธุ์สีชมพูขาย เพราะยังมีราคาแพง และยังไม่มีการขายเพื่อการบริโภค เนื่องจากยังมีราคาที่สูงมาก คนปลูกน้อย จึงกลายเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่ทำเงินได้อย่างมหาศาลต่อปี โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยว โรงแรมและรีสอร์ตต่างๆ มีการสั่งซื้อต้นกล้า เพื่อนำไปปลูกประดับตกแต่งอาคารสถานที่กันเป็นจำนวนมาก

Advertisement

ด้าน นายสนอง แสนสุข เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสีชมพู กล่าวว่า เมื่อก่อนพื้นที่ตรงนี้เป็นป่ายางต่อมาจึงปรับเปลี่ยนเป็นรีสอร์ตและเริ่มทำนาโดยคัดสายพันธุ์ข้าวสีชมพูมาปลูก ใช้เวลาประมาณ 4 เดือน หรือ 120 วัน จึงเก็บเกี่ยวได้ ผลตอบรับดีมาก ใส่ปุ๋ยตามสูตรเริ่มจากยูเรีย ตามด้วยสูตร 15 สูตรเสมอ พอตั้งท้องแล้วใส่สูตร 0-0-6-0 กับสูตรเร่งเมล็ดพันธุ์ได้

ส่วนรสชาติยอมรับว่ายังไม่เคยกินเพราะมีไม่พอขาย วันหนึ่งกำลังจะหุงกินสักครั้ง แต่มีลูกค้ามาจาก จ.ระนอง มาขอแบ่งปัน จึงให้ไปเลยยังไม่ได้กิน รอรอบใหม่ซึ่งกะว่าจะหุงกินสักครั้งในชีวิต ซึ่งเมื่อก่อนกิโลละเป็นหมื่น แต่ตอนนี้ตนขายกิโลละ 3,500 บาท แบ่งปันเผื่อลูกค้าใครสนใจ หรือตกเมล็ดละ 1 บาท ขายไม่แพง ผลตอบรับดีมาก มีไม่พอขาย เพราะให้ผลผลิตน้อยหน่อย ยอดจองล่วงหน้าตอนนี้มีประมาณ 80 กิโล แต่ยังไม่สามารถขายได้ รอรุ่นนี้ซึ่งกำลังตั้งท้องอ่อนๆ ส่วนใครสนใจติดต่อได้ทางเพจ/เฟซบุ๊ก “หลานย่าคาเฟ่ แอนด์ รีสอร์ท” ที่นี่ควนกุน โทรศัพท์ 08-9590-5911