หน้าแรก ภูมิภาค ชาวอุดรเห็นด้...

ชาวอุดรเห็นด้วย “คนละครึ่งพลัส” คาดกระตุ้นเศรฐกิจได้ดีแต่ยังไม่ศึกษาละเอียด

8.10.25 | 16:55 น.

ชาวอุดรเห็นด้วย“คนละครึ่งพลัส”คาดกระตุ้นเศรฐกิจได้ดีแต่ยังไม่ศึกษาละเอียด


หลังจาก ครม.เห็นชอบเดินหน้าโครงการ “คนละครึ่งพลัส” จำนวน 20 ล้านสิทธิ์ มีการเพิ่มเติมขยายสิทธิ์ให้แก่บุคคลสัญชาติไทยอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ใช้จ่ายได้วันละ 200 บาท ผู้อยู่ในระบบภาษีจะได้วงเงิน 2,400 บาท ผู้ที่อยู่นอกระบบภาษีจะได้รับวงเงิน 2,000 บาท ซึ่งจะเปิดลงทะเบียนร้านค้าระหว่างวันที่ 15–19 ตุลาคม 2568 และประชาชนระหว่างวันที่ 20–26 ตุลาคม 2568 ก่อนเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากลงพื้นที่ตลาดสดบ้านห้วย ถ.อุดรดุษฎี เทศบาลนครอุดรธานี เพื่อสอบถามความคิดเห็นประชาชน เกี่ยวกับโครงการคนละครึ่งพลัส หลังจาก ครม.เห็นชอบเดินหน้าโครงการ เพื่อหวังกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ เดินหน้าให้เกิดการไหลเวียนของเม็ดงาน ตั้งเป้าให้เศรษฐกิจมีความคึกคัก แม้ว่าจะเวลาในการทำงานเพียงแค่ 4 เดือน ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศเอาไว้

นางแดง อายุ 67 ปี แม่ค้าข้าวโพดคลุก เปิดเผยว่า ส่วนตัวไม่เคยใช้โครงการนี้เลย เป็นคนรุ่นเก่า ไม่มีแม้แต่สมาร์ทโฟนใช้ ที่ผ่านมาหากจะใช้บริการแบบคนอื่น ก็จะฝากลูกหลานหรือคนรู้จักซื้อจากโครงการบ้าง ส่วนตัวก็มองว่าดี น่าจะทำให้การค้าขายดีขึ้น แต่อย่างที่บอกตนเป็นแก่ รู้ว่าดีแต่ก็ไม่ได้ลงทะเบียน เพราะใช้ไม่เป็น

Advertisement

นายอังคาร ถิ่นกมุท อายุ 32 ปี ไรเดอร์ เปิดเผยว่า โครงการล่าสุดนี้ ทราบข่าวจากเฟซบุ๊คและทางโซเชียลมีเดีย แต่ยังไม่ได้ศึกษาในรายละเอียดว่ามีอะไรบ้างที่เพิ่มเติมเข้ามา ส่วนโครงการแรกตนก็ลงทะเบียน ก็มองว่าดีอยู่ เพราะหากจะใช้เงิน 100 บาท ก็จะได้เพิ่มมาอีก 100 เป็น 200 คนก็จะคิดว่าใช้เงินน้อยลง ตนคิดว่าดีและสนับสนุนโครงการนี้

นายสุเทพ อ่อนละมุล อายุ 49 ปี พ่อค้าข้าวแกง เปิดเผยว่า ติดตามข่าวอยู่ตลอดสำหรับโครงการนี้ แต่ก็ยังไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรลึกมาก โครงการนี้ตนคิดว่าดี คิดว่าน่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ถูกจุด เพราะเราจะต้องได้ใช้จ่ายเงินที่รัฐให้และเงินของเราเอง จะทำให้เศรษฐกิจมีการกระเตื้อง โครงการครั้งที่แล้วตนก็ใช้จนเต็มวงเงิน ส่วนลงทะเบียนโครงการนี้ ตนก็หวังว่าเขาจะใช้ข้อมูลเดิม ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ตนมองว่าของเดิมก็ยังมีข้อมูล การใช้จ่ายก็มีหลักฐาน มีสลิปเดิมอยู่

“เขาน่าจะต้องใช้ฐานข้อมูลเดิม มาใช้ในการพิจารณา เพราะเขาต้องดูก่อนว่าคนที่เข้าไป เข้าไปใช้งานอะไรยังไง อย่างที่ผ่านมาที่ตนเห็น บางคนเขาก็ไปใช้เปลี่ยนเป็นเงินสด ก็จะไปเข้าที่ร้านเดิมๆ เขาก็ได้เงินสดมาแต่เขาไม่ได้ของ แต่ว่าคนที่ใช้จริงๆ เขาก็ใช้จ่ายในทุกที่ที่เขาไป และฝากว่าหากโครงการนี้ช่วยจ่ายค่าน้ำค่าไฟฟ้าได้ ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนไปได้มาก โครงการนี้ตนคิดว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ จากที่เขาประเมินไว้”