ชาวบ้าน 2 ตำบล ออกมาคัดค้านแขวงการทางพิจิตร รื้อกระสอบทรายที่ชาวบ้านกั้นขวางถนน ในที่สุดมีการเจรจาและหาทางออกจนชาวบ้านยอมให้เปิดกระสอบทรายที่ชาวบ้านกั้นไว้
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม สถานการณ์น้ำท่วมพิจิตรแม่น้ำน่าน ยังคงท่วมหนักทำให้ชาวบ้าน 2 หมู่บ้าน คือหมู่ที่ 3 ตำบลไทรโรงโขน อำเภอตะพานหิน และหมู่ที่ 6 ตำบลบางไผ่ อำเภอบางมูลนาก ออกมาคัดค้านการรื้อกระสอบทรายที่ชาวบ้านกั้นขวางถนนสายตะพานหิน-บางไผ่ ถนนทางหลวงหมายเลข 1313 เพื่อให้น้ำไหลผ่านข้ามถนนลงไปยังทุ่งนา และไม่ให้น้ำเพิ่มปริมาณเข้าท่วมหมู่บ้านจนรถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านบริเวณคลองสินเธาว์ รอยต่อของ 2 หมุ่บ้าน โดยมีการกั้นกระสอบทรายในลักษณะเป็นคันคลองระดับน้ำสูงมากกว่า 30 เซนติเมตร ทำให้การจราจรรถทุกชนิด ไม่สามารถ ไปมาได้ระหว่าง 2 อำเภอ
ในขณะที่แขวงการทางพิจิตร ต้องการให้มีการรักษาถนนเนื่องจากกระแสน้ำกัดเซาะบริเวณไหล่ถนน และกำลังจะสร้างความเสียหายให้กับประตูระบายน้ำ ซึ่งหากถนนพังและประตูระบายน้ำเสียหาย ก็จะส่งผลต่องบประมาณในการซ่อมแซมในอนาคต รวมถึงการทำนาในช่วงหลังน้ำลด โดยการเจาจา นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ อดีตนายก อบจ. พิจิตร ที่ปรึกษาของนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย มาเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยระหว่างชาวบ้านและแขวงการทาง เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่ให้ความเคารพ จนในที่สุดชาวบ้านได้ยอมให้แขวงการทางรื้อกระสอบทรายที่ชาวบ้านเรียงไว้ออกแล้วทำการเรียงกระสอบทรายและบิ๊กแบค มาเรียงตามแนวขวางน้ำ ตามความยาวของถนน เพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลข้ามถนน ทำให้การสัญจรผ่านไปมาได้สะดวก
ส่วนการระบายน้ำ ไม่ให้เข้าท่วมบ้านชาวบ้านที่ท่วมอยู่แล้วมีปริมาณสูงขึ้น ชาวบ้านได้เปิดประตูระบายน้ำคลองสินเธาว์ ให้น้ำไหลผ่านบานประตูเพื่อออกสูงพื้นที่รับน้ำกลางทุ่งนา พร้อมเปิดการระบายน้ำตามท่อลอดทุกช่อง เพื่อให้น้ำลดระดับลงและชาวบ้านจากทั้ง 2 อำเภอก็สามารถใช้เส้นทางสัญจรผ่านไปมาได้
นางสาวรัชดา ยอดทหาร ชาวบ้านหมู่ที่ 6 ตำบลบางไผ่ อำเภอบางมูลนาก เปิดเผยว่า สิ่งที่ชาวบ้านเนื่องจากน้ำแม่น้ำน่านสูงมาก ชาวบ้านกล้วว่า กระแสน้ำที่เพิ่มขึ้นจะทำให้บ้านพัง และการใช้ชีวิตลำบาก แต่เมื่อมีนายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ ผู้แทนของ สส ศิริวัฒน์ ขจรประศาสตน์ มาทำการเจรจาจนชาวบ้านพอใจจึงยอมให้มีการเปิดทางน้ำ
ในขณะที่นายธวัชชัย หมื่นโฮ้ง ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงพิจิตร เปิดเผยว่า แนวทางแก้ไขคือต้องมีการเปิดประตูระบายให้น้ำไหลผ่านประตู เพื่อรักษาถนนไว้สัญจร ซึ่งหากปล่อยไว้แบบนี้ถนนก็จะเกิดความเสียหายการสัญจรก็จะลำบาก ซึ่งก็ได้มีการพูดคุยจนเป็นที่พอใจของชาวบ้านแล้ว
ในส่วนสถานการณ์น้ำท่วมอำเภอตะพานหิน บริเวณริมสองฝั่งแม่น้ำน่าน ที่ไหลผ่านจังหวัดพิจิตร ทั้ง 3 อำเภอคืออำเภอเมืองพิจิตร อำเภอตะพานหิน และอำเภอบางมูลนาก ยังมีน้ำจากแม่น้ำน่านล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ทั้ง 3 อำเภอที่แม่น้ำน่านไหลผ่าน ในขณะที่ระดับน้ำวันนี้เริ่มทรงตัวแล้ว
นายสุรพล ปานทอง ชาวบ้านชุมชนพร้อมใจ ในเขตเทศบาลเมืองตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ต้องให้ภรรยานั่งในกาละมัง ส่วนตัวเองก็เดินลุยน้ำจูงกาละมัง เพื่อเดินทางกลับบ้านในชุมชนพร้อมใจ ห่างจากจุดน้ำท่วมเป็นระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตร อย่างทุลักทุเล หลังเมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา ได้เกิดน้ำป่าหลากเข้าท่วม เขตเศรษฐกิจชั้นนอกของเทศบาลเมืองตะพานหิน นอกจากนั้นชาวบ้านอีกกว่า 13 ชุมชน 4 หมู่บ้าน นับ 1000 ครอบครัวก็ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยจากการเดินทางที่ต้องลุยน้ำออกมาทำงานและซื้อของภายกินในตลาด
นายสุรพล ปานทอง ชาวบ้านชุมชนพร้อมใจ เปิดเผยว่า นอกจากต้องเดินทางลำบากแล้วเพราะไม่มีเรือแล้ว ยังต้องเผชิญกับปลิงดูดเลือด ที่ตนเองเองเจอถึง 4 ตัวในวันนี้ และสาเหตุที่น้ำท่วมครั้งนี้เพราะเทศบาลแก้ปัญหาไม่ถูกจุด
โดยนอกจากน้ำจะท่วมเขตเศรษฐกิจชั้นนอก น้ำยังเริ่มเข้าท่วมเขตเศรษฐกิจชั้นใน บรรดาผู้ประกอบการร้านค้าภายในเขตเทศบาลเมืองตะพานหิน ก็ต้องจ้างช่าง มาทำการก่อผนังกั้นน้ำหน้าบ้านของตนเอง เพื่อป้องกันน้ำเข้าไปสร้างความเสียหายให้กับสินค้าภายในร้าน โดยผู้ประกอบการรายหนึ่งก็บอกว่า หากใช้กระสอบทรายเกรงว่าจะเอาน้ำไม่อยู่และกลัวมีคนมาดึงกระสอบทรายในช่วงกลางคืน
โดยทางด้านศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธาณภัยเขต 8 กำแพงเพชร ก็ได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ที่สามาถสูบน้ำได้ 31,500 ลิตร ต่อนาทีมาสูบน้ำออกจากท่อระบายน้ำ


