บางบาลยังระทม ท่วมเต็มพื้นที่ บ้านผู้สูงวัยใช้ชีวิตเพียงลำพัง หนุนบ้านไว้ไม่รื้อออก เหตุเจอท่วมซ้ำซาก
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปรับลดการระบายน้ำลงสู้พื้นที่ท้ายเขื่อนอีกครั้ง จากอัตรา 2,400 ลบ.ม./วินาที เป็นอัตรา 2,300 ลบ.ม./วินาที ส่งผลทำให้มวลน้ำที่ไหลผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม่น้ำน้อย คลองสาขาต่างๆที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา หลายพื้นที่เริ่มลดระดับลง

ที่ อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชุมชนทั้ง 2 ฝั่งที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยายังได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง ท่วมในชุมชน 16 ตำบล 101 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน กว่า 6,386 หลังคาเรือน หลายครอบครัวต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้ำ ทั้งกิน นอน และทำอาหารบนบ้านที่หนุนพื้นสูง เพื่อความอยู่รอด บางบ้านมีผู้สูงอายุที่พักอาศัยอยู่ในบ้านเพียงลำพัง ใช้เงินคนแก่ประทังชีวิต

ชุมชนหลังวัดจุฬามณี ในพื้นที่หมู่ที่ 7 ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา พบว่า ถูกน้ำท่วมทั้งหมู่บ้าน ระดับน้ำสูง 2-3 เมตร สภาพบ้านเรือนถูกท่วมถึงพื้นบ้านชั้นที่ 2 บ้านเรือนบางหลังถูกน้ำท่วมครึ่งหลัง หลายหลังคาเรือนอาศัยอยู่ภายในบ้านไม่ได้ ต้องย้ายออกไปอยู่กับญาติ ถนนทางเข้าชุมชนถูกน้ำท่วม ต้องใช้เรือในการสัญจรเข้าออกชุมชน รถยนต์รถจักรยานยนต์ต้องไปจอดเอาไว้ บนถนนพื้นที่น้ำไม่ท่วม

ที่บ้านของนางเฉลียว นัยยะกิจ อายุ 70 ปี ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพักบนบ้านใต้ถุนสูง ตอนนี้ถูกน้ำท่วม ถึงชั้น 2 ของตัวบ้าน ต้องหนุนพื้นขึ้นมาอีก 20 – 30 เซนติเมตร จุดที่เป็นที่นอนและวางเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำนั่งร้านไม้ สูง 1 เมตรไว้ภายในบ้าน

นางเฉลียว เล่าว่า พื้นบ้านต้องหนุนขึ้นมาไม่งั้นอยู่ไม่ได้ ข้างในก็ต้องจ้างเขาทำห้องหนึ่งไว้สำหรับน้ำท่วมโดยเฉพาะ ทำไว้เมื่อ 2 ปี ที่แล้ว ทำไว้รอ เราก็ไม่ไหวอายุเยอะแล้ว ตอนนี้ลำบากจะไปไหน การกินการอยู่ ไปไม่ได้ทั้งนั้น อยู่คนเดียวก็ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างนี้ ที่นอนที่กินอยู่ในจุดเดียวกัน รายได้หลักๆ ตอนนี้ก็จากเงินผู้สูงอายุ ทำอะไรไม่ได้ ไม่มีงานทำ มาเจอน้ำท่วมอีก ทำอะไรไม่ได้เลย อยากให้น้ำลงเร็วๆ กลัวน้ำจะขึ้นมาอีก เคยลงไป 1 ครั้ง แล้วขึ้นมาอีกทีก็ถึงพื้นบ้านชั้น 2

“สัตว์เลื้อยคลานก็กลัวได้แต่บอกไปว่า ต่างคนต่างอยู่อย่ามากวนกัน น้ำท่วมคน สัตว์ลำบากเหมือนกัน อย่ามาทำร้ายกัน ทำนั่งร้านไว้เพราะน้ำท่วมทุกปี พอลูกเสียได้เงินมา 9,000 บาท ก็นำเงินมาทำไว้เลย ระดับน้ำยังไม่เท่าปี 2554 เหลืออีกครึ่งเมตร ถ้าท่วมสูงอีกต้องต่อหนุนขึ้นไปอีก ที่ทำไว้เอาพออาศัยอยู่ จะดีดบ้านให้สูงหนีน้ำ ใช้เงินเป็นแสนไม่รู้ว่าจะเอาเงินมาจากไหน อยากให้แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ถ้าแก้ได้จะดีมาก เพราะน้ำท่วมทุกปี ลำบากทุกปี อยู่มา 40 ปีเจอน้ำท่วมทุกปีจะมากจะน้อยแค่นั้น” นางเฉลียวกล่าว






