หน้าแรก ภูมิภาค ชายแดนบ้านพุน...

ชายแดนบ้านพุน้ำร้อน เข้าสู่สภาวะปกติ คาด 300 ชาวบ้านกลับเมียนมาวันนี้

9.10.25 | 15:35 น.

สถานการณ์ชายแดนบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจน์ เริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ หลังทหารเมียนมาทิ้งบอมบ์วานนี้ จนท.ร่วมใจประกอบอาหารเลี้ยง-ให้ยา ตามหลักมนุษยธรรม คาดผู้อพยพ 300-400 คน กลับวันนี้


จากกรณีรัฐบาลทหารเมียนมา ส่งเครื่องบิน Y-12 จำนวน 2 ลำ และเครื่องบิน K-8 จำนวน 1 ลำ บินมาทิ้งระเบิดทำลายบ้านเรือนประชาชนที่ชุมชนบ้านทิกิ อ.เมตตา จ.ทวาย ภาคตะนาวศรี ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับด่านชายแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน หมู่ 12 ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ห่างออกไปประมาณ 1- 2 กิโลเมตร เป็นเหตุทำให้หลังคาอู่ซ่อมรถได้รับความเสียหาย ส่วนทรัพย์สินอื่นๆ ไม่มีรายงาน จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ชุมชนบ้านทิกิ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวพม่า กะเหรี่ยงและมอญ อพยพออกจากบ้านพักหนีมาอาศัยอยู่ตามแนวชายแดน 300-400 คน

โดยนายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พล.ต.ณัฏฐพงศ์ อัศวินวงศ์ ผบ.พล.ร.9 สั่งการให้นายสมบูรณ์ แผนสมบูรณ์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี พ.อ.ปิยะเณศร์ ภัทรศาศวัตวงษ์ รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ พ.อ.สรรเสริญ ไพรโสภา ผบ.กรมทหารพราน 14 พร้อมเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.เมืองกาญจนบุรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อีกทั้งให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมด้วยการนำอาหาร น้ำดื่ม ไปมอบให้

นอกจากนี้ กองร้อยทหารพรานที่ 1402 กรมทหารพรานที่ 14 ได้จัดเจ้าหน้าที่เสนารักษ์นำอุปกรณ์ทางการแพทย์และยารักษาโรคเข้าให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่หนีภัยจากการสู้รบ มีทั้งการตรวจสุขภาพให้แก่เด็กและคนชรา รวมถึงทำบาดแผลให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอีกด้วย จึงถือว่าเป็นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ที่ไร้พรมแดน

Advertisement

ปัจจุบัน (9 ตุลาคม) ผู้อพยพทั้งหมดยังคงอาศัยอยู่ตามแนวชายแดนฝั่งประเทศเมียนมาติดกับไม้กระดกที่ใช้ข้ามไปชายแดน โดยที่ยังไม่มีการอนุญาตให้เข้ามาอาศัยอยู่ในผืนแผ่นดินไทยแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่ผู้อพยพยังไม่เดินทางกลับ เป็นเพราะยังมีความกังวลว่าทหารเมียนมาอาจจะส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดอีกครั้งหนึ่ง จึงขออยู่ตามแนวชายแดนไปจนกว่าจะมั่นใจว่าไม่มีการส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดอีกต่อไป เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ขณะเดียวกัน ชาวบ้านนำโดยผู้ใหญ่บ้านบ้านพุน้ำร้อน หมู่ 12 ต.บ้านเก่า และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้พร้อมใจกันประกอบอาหารเพื่อให้ผู้อพยพทุกคนได้กินจนอิ่มท้องอย่างสบายใจ เพราะที่ผ่านมาชาวบ้านในพื้นที่ต่างคุ้นหน้าคุ้นตาและเคยไปมาหาสู่รวมถึงซื้อขายสินค้าในระดับท้องถิ่นกันอยู่แล้ว ส่วนประเด็นที่สังคมออนไลน์แสดงความคิดเห็นด้วยความกังวลว่า การอพยพเข้ามาในครั้งนี้อาจจะไปซ้ำรอยชายแดนด้านพื้นที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้วนั้น ประเด็นนี้ไม่ต้องกังวลเพราะสภาพพื้นที่ชายแดนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ที่สำคัญชาวบ้านที่อพยพมานั้น ไม่ได้รุกล้ำเข้ามาอาศัยในเขตพื้นที่ของประเทศไทยแต่อย่างใด โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงทุกหน่วยร่วมกันเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ล่าสุดเวลา 14.30 น.นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี แจ้งว่าตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนบ้านทิกิ อ.เมตตา จ.ทวาย ภาคตะนาวศรี ประเทศเมียนมา หากสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติ ผู้อพยพพร้อมที่จะเดินทางกลับเข้าสู่บ้านพักของตัว

เองทันที