หน้าแรก ภูมิภาค คอตกรับผิด หน...

คอตกรับผิด หนุ่มบุกทำร้ายแฟนสาว อ้างเครียด ฝ่ายหญิงกีดกันไม่ให้เจอลูก

9.10.25 | 18:54 น.
ทำร้ายแฟน

คอตกรับผิด หนุ่มบุกทำร้ายแฟนสาว อ้างเครียด ฝ่ายหญิงกีดกันไม่ให้เจอลูก

จากกรณีมีการเผยแพร่คลิปภาพของกล้องวงจรปิด ใน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นภาพขณะชายหนุ่ม อายุ 23 ปี บุกทำร้ายแฟนสาว อายุ 19 ปี ต่อหน้าต่อตาญาติฝ่ายหญิง พร้อมขู่จะยิงให้หมดโม่ จากนั้นใช้มือทุบเข้าที่ใบหน้าของแฟนสาวหนึ่งครั้ง และทุบเข้าที่หลังอีกสามครั้ง ท่ามกลางสายตาของผู้คนในบริเวณนั้น


เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ความคืบหน้าล่าสุด ที่ สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.สมเจตน์ แม้นบุตร ผกก.สภ.วังน้อย ได้เชิญตัว นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี ชาว ต.ลำตาเสา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ชายหนุ่มที่ปรากฏในคลิปมาทำการสอบสวน ทำประวัติ ตรวจหาสารเสพติดในร่างกายไม่พบสารเสพติด พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหา “ทำร้ายร่างกาย”

นายเอกล่าวว่า ยอมรับว่าทำร้ายร่างกายจริง ด้วยความเครียดและคิดถึงลูก เพราะตนไม่ได้เจอลูกนาน 3 เดือนแล้วหลังจากเลิกกับแฟน ตนอยากเจอลูก อยากรับลูกมาเลี้ยงดูบ้าง เพราะถูกอดีตแฟนปฏิเสธ ตอนนี้รู้สึกผิดมาก เพราะด้วยอารมณ์ร้อน ขอโทษอดีตแฟนและครอบครัว ยอมรับผิดทุกอย่าง เราไม่ได้ตั้งใจ แค่อารณ์ชั่ววูบ แค่เรื่องลูกเท่านั้น

Advertisement

นายเอกล่าวต่อไปว่า วันเกิดเหตุตนขับขี่รถ จยย.ไปหาอดีตแฟนเพื่อพูดคุยกันเรื่องของลูก ที่ตนเองอยากเอามาเลี้ยงบ้าง แต่อดีตแฟนเงียบ ไม่ยอมตอบ เพราะได้เจอลูกครั้งสุดท้ายเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว จนถึงตอนนี้ตนยังไม่รู้ชื่อลูกเลย ตอนคลอดตนก็ยังไม่รู้เลย ไม่มีใครบอก ด้วยอะไรหลายๆ อย่างทำให้ไปหาเขาไม่ได้ ส่วนเรื่องที่พูดเกี่ยวกับอาวุธปืนนั้น จริงๆ ตนไม่มีอาวุธปืน แค่พูดไปด้วยอารมณ์โกรธในตอนนั้น

ด้าน พ.ต.อ.สมเจตน์ แม้นบุตร ผกก.สภ.วังน้อย เปิดเผยว่า เบื้องต้นผู้ที่ถูกทำร้ายได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ตามที่คลิปปรากฏตามสื่อ ถึงแม้จะถือว่าเป็นสามีภรรยา แต่เป็นเรื่องกระทำความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งการอยู่กินกันจนมีลูก มาใช้ความรุนแรงในที่สาธารณะก็มีความผิดตามกฎหมายในเรื่องของการทำร้ายร่างกาย ก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนในเรื่องของการอยู่กินกันหรือไม่ ในอนาคตก็ต้องมาคุยกัน ทั้งฝั่งผู้ปกครองของทั้ง 2 ฝ่าย หรือว่าตัวของทั้ง 2 คนเอง ว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันได้ต่อไปหรือไม่ ก็ต้องคุยกัน แต่ในด้านของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดำเนินคดีตามกฎหมาย ตามพยานหลักฐาน ซึ่งตัวผู้ก่อเหตุก็มาแล้ว ก็ต้องมาดูกันในข้อกฎหมายว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป ในเรื่องครอบครัวในอนาคต เพราะเรามองถึงเรื่องเด็กด้วย ความรุนแรงในครอบครัวเราต้องตัดไฟแต่ต้นลม หรือปรามไว้ไม่ให้เกิดความรุนแรงต่อไป