หน้าแรก ภูมิภาค 2 ปี 20 คดี! ...

2 ปี 20 คดี! ตร.ภาค 8 ลุยตรวจเข้ม ชาว ‘อิสราเอล’ ป่วนเกาะพะงัน ทำธุรกิจเถื่อน-ผิดกม.แรงงาน

11.10.25 | 15:53 น.

2 ปี 20 คดี! ตร.ภาค 8 ลุยตรวจเข้ม ชาวอิสราเอล-นักท่องเที่ยวทุกสัญชาติ ป่วนเกาะพะงัน ทำธุรกิจเถื่อน-ผิดกม.แรงงาน


เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลบางส่วนก่อปัญหาความเดือดร้อนกับประชาชนและนักท่องเที่ยวชาติอื่นบนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ทั้งการถือครองที่ดิน ทำธุรกิจผิดการอนุญาตเข้ามาท่องเที่ยวซึ่ง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 8 และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง บูรณาการการทำงานร่วมกับ ผวจ.สุราษฎร์ธานี กรมที่ดิน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และหน่วยงานด้านความมั่นคง ตรวจสอบกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทุกสัญชาติใน 4 ด้าน ได้แก่

1. ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจร่วมในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบการถือครองที่ดินโดยนิติบุคคลต่างด้าวและการดำเนินธุรกิจที่อาจเข้าข่ายหลีกเลี่ยงกฎหมาย
2. ตรวจสอบเส้นทางการเงินและเอกสารประกอบธุรกิจ เพื่อพิสูจน์การถือหุ้นที่แท้จริงของบริษัทที่มีชาวต่างชาติเป็นผู้ลงทุน
3. เข้มงวดการอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว โดยตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกับกระทรวงแรงงาน เพื่อป้องกันการประกอบอาชีพที่ผิดกฎหมาย
4. ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดต่อทั้งผู้กระทำผิดและผู้ให้การสนับสนุน รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเกี่ยวข้อง

พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว. สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้ง ศปชก. และดำเนินคดีกับนอมินีหรือ ชาวต่างชาติที่ทำผิดกฏหมาย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติมหากพบก็จะดำเนินคดีทันที

Advertisement

พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า ในส่วน พล.ต.ท.สิทธิชัย โล่กันภัย ผบช.ภาค 8 ได้มอบหมายให้พล.ต.ต.ศรัญญู ชำนาญราช รอง ผบช.ภาค 8 มาขับเคลื่อนในเรื่องนี้ในวันที่ 13 ตุลาคม 2568 ที่ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการทำงานของตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็น 1 ในชุดเฉพาะกิจที่แต่งตั้งขึ้นโดยผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อคลี่คลายเรื่องนอมินีและการประกอบธุรกิจของต่างด้าว

รายงานข่าวแจ้งว่า การดำเนินคดีกับชาวอิสราเอลที่ก่อเหตุตั้งแต่ปี 2566- 2568 มีการจับกุมดำเนินคดีในพื้นที่ สภ.เกาะพะงัน รวมทั้งสิ้น 20 คดีในฐานความผิดต่างๆ ประกอบด้วย ทำงานไม่ได้รับอนุญาต , อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ,ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต, ลักทรัพย์ , ยาเสพติด , ทำร้ายร่างกาย , เงินตราปลอมและดูหมิ่นเจ้าพนักงาน

ในปี 2568 มีการจับกุม/ดำเนินคดีชาวอิสราเอลที่น่าสนใจ ดังนี้ คดีอาญาที่141/2568 ลงวันที่ 25 มี.ค.2568
ความผิดฐาน ลักลอบเปิดสถานรับเลี้ยงเด็กโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ” ผู้ต้องหา MR.ADI JACOB HEMMOU อายุ 52 ปี สัญชาติ อิสราเอล สถานที่จับกุม ดรีม ฟอเรสท์ หมู่ 3 ต.เกาะพะงัน ,คดีอาญาที่159/2568 ลงวันที่ 8 เม.ย. 2568 เป็นบุคลต่างด้าวประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ต้องหา MR.DAVID GOZLAN อายุ 45 ปี สัญชาติอิสราเอล จับกุมที่บริเวณน้ำตกวังไทร หมู่ 8 ต.เกาะพะงัน , คดีอาญาที่ 212/2568 ลงวันที่ 12 พ.ค.2568 ความผิดฐาน เป็นบุคคลต่างต้าวประกอบธุรกิจ(บริการรถเช่า) โดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ต้องหา MR.PAVEL FADEEV อายุ 33 ปี สัญชาติอิสราเอล จับกุมที่หมู่ 4 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน

นายสุริยา บุญพันธ์ นายอำเภอเกาะพะงัน ระบุว่า ข้อเท็จจริงที่มีชาวอิสราเอลมาอยู่ในพื้นที่ อ.เกาะพะงัน จำนวนมากเป็นเรื่องจริง ทั้งนี้ชาวอิสราเอลได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรทั้งระยะสั้นและระยะยาวมีจำนวนมากถึง 2,627 คน และมีจำนวน 181 คนได้รับอนุญาตให้อยู่ในระยะยาวเพื่อทำธุรกิจ มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมทางศาสนากันบ่อยครั้งและมีลักษณะเป็นชาตินิยมอยู่รวมกันกันเป็นกลุ่มพฤติกรรมท่าทีต่างๆอาจทำให้ประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติที่อยู่ร่วมในสังคมหรือทำธุรกิจไม่พอใจ จนมีการนำเสนอข้อมูลและแชร์ทางเพจต่างๆ

“สำหรับการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้แก่ ฝ่ายปกครอง สภ.เกาะพะงัน ตม.ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน กก.สส.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี และหน่วยงานอื่นๆ มีการสนธิกำลังบูรณาการร่วมในการตรวจสอบพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ และมีการดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดเมื่อพบการกระทำความผิด” นายสุริยา ระบุ

ด้านนายขนบ ยวนานนท์ ประธานยุติธรรม ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน กล่าวว่า ที่ผ่านมาตรการท่องเที่ยวเกาะพะงัน อยู่ในลักษณะค่อยเป็นค่อยไปยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ มีหาดริ้นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นสถานที่จัดงานฟูลมูลปาร์ตี้ ที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก กระทั่งเมื่อปี 2563 ได้เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวหลังพ้นวิกฤติโควิด -19 ได้มีชาวต่างชาติจำนวนมากเดินทางเข้ามาพักอาศัยแบบถาวรบนเกาะ และส่วนใหญ่เป็นชาวอิสราเอล และบางส่วนเข้ามาทำธุรกิจ ทั้งทางด้านอสังหาริมทรัพย์ เช่น วิลล่า ที่พัก หรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวในลักษณะบริการครบวงจรให้กันคนชาติเดียวกัน จนทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งกับกลุ่มนักท่องเที่ยวประเทศอื่น รวมทั้งกลุ่มนักธุรกิจท้องถิ่น

นายขนบ กล่าวว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ประกอบธุรกิจถูกต้องกฏหมายมีมาก พวกที่ทำผิดกฏหมายก็มีอยู่ไม่น้อย กลุ่มที่ทำผิดกฏหมาย มักจะกล่าวอ้างว่ามีบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฏหมาย และข้าราชการท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาตต่างๆ คอยอำนวยความสะดวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วเกี่ยวกับการถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มีค่อนข้างมากและทำกันอย่างท้าทายกฏหมาย

“สิ่งที่อยากให้รัฐหรือผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการในตอนนี้ คือให้เข้าตรวจสอบในเรื่องการอนุญาตต่างๆไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งองค์กร การจัดตั้งนิติบุคคลหรือถือครองทรัพย์สินต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามกฏหมาย และให้ธุรกิจท้องถิ่นสามารถแข่งขันได้ ”นายขนบ กล่าว