ผู้เลี้ยงหอยอ่าวบ้านดอน 1,700 รายเฮ พิพัฒน์ ไฟเขียวสร้างขนำเฝ้าคอกหอย คาดประกาศก่อน 30 พ.ย.นี้เป็นต้นแบบชายฝั่งจันทบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้โพสต์ข้อความ “ ข่าวดี 10 ปีที่รอ จบใน 1 เดือน!”วันนี้ผมลงพื้นที่อ่าวบ้านดอนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อ “ปลดล็อกอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทางทะเล” ที่พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อนมานานกว่า 10 ปี ”
นายพิพัฒน์ ระบุว่า รัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้ กรมเจ้าท่า ออกประกาศภายใน 60 วันให้สามารถสร้าง “ขนำเฝ้าแปลง” ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้พี่น้องกว่า 1,701 แปลงในอ่าวบ้านดอน กว่า 85,608 ไร่ สร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 8,000 ล้านบาทต่อปี ให้ประเทศกลับมาทำมาหากินได้อย่างสบายใจและใช้เป็นต้นแบบทั่วประเทศ ให้เกษตรกรชายฝั่งจากจันทบุรี เพชรบุรีประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น ได้ใช้สิทธิ์ทำอาชีพอย่างมั่นคงและถูกต้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568 นายพิพัฒน์ ได้ลงพื้นที่พบเกษตรกร ผู้เพาะเลี้ยงหอยทะเลในพื้นที่อ่าวบ้านดอน ครอบคลุม 7 อำเภอได้แก่ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี , พุนพิน ,ท่าฉาง ,ไชยา , กาญจนดิษฐ์ , ดอนสัก และอ.เกาะสมุย ที่ศาลาอเนกประสงค์วัดประสิทธาราม ต.บางชนะ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ลงมาติดตามการแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการเลี้ยงหอยทะเล ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของพื้นที่จากการหารือ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า ทราบว่ากรมเจ้าท่าสามารถออกประกาศกำหนดวิธีการอนุญาตอาคารเฝ้าเพาะเลี้ยงหอยทะเล เพื่อให้อำนาจกับคณะกรรมการระดับจังหวัดพิจารณาอนุญาตการปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำเพื่อการเพาะเลี้ยงหอยโดยมีหลักเกณฑ์เบื้องต้นขนาดพื้นที่ต้องไม่เกิน 5 X 5 เมตรในพื้นที่แปลงที่ได้รับอนุญาตซึ่งคาดว่าจะออกประกาศกรมเจ้าท่าได้ก่อนวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้
ด้านนายธีรุตม์ กล่าวว่า พื้นที่มีการอนุญาตเพาะเลี้ยงหอยทะเลในอ่าวบ้านดอน มีเนื้อที่กว่า 82,400 ไร่ ออกใบอนุญาตแล้ว1,701 แปลง เนื้อที่กว่า 46,460 ไร่ให้กับเกษตรกร 1,701 ราย แต่มีปัญหาอุปสรรคที่ไม่สามารถปลูกสร้างที่พักเพื่อเพาะเลี้ยงและเฝ้าคอกหอยได้จึงนำเสนอรัฐบาลให้แก้ไขปัญหาครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาความขัดแย้งแย่งชิงทรัพยากรในพื้นที่อ่าวบ้านดอน มีมานานและรุนแรงเมื่อปี 2563 มีการใช้อาวุธปืนยิงขับไล่ประมงพื้นบ้าน มีการบุกรุกพื้นที่ทำกินและการใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย ทางราชการได้ยึดพื้นที่ทั้งหมดเป็นที่สาธารณะสั่งรื้อถอนที่พักเฝ้าคอกหอยและห้ามทำประมงในเขตอนุรักษ์ 1,000 เมตรจากชายฝั่ง อ.เมืองสุราษฎร์ธานี แต่ยังไม่สำเร็จจึงใช้แนวทางพิจารณาอนุญาตเพาะเลี้ยงใหม่และอนุญาตให้มีที่พักเฝ้า

