ช็อกกลางดึก! หนุ่มใหญ่อเมริกัน กระโดดตึกคอนโด ทิ้งจดหมายลา เผยทุนทรัพย์หมด
เมื่อเวลา 02.10 น. วันที่ 12 ตุลาคม ร.ต.อ.ชัยนเรศ เพ็งแคน รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา สาขาย่อยโค้งดงตาล ได้รับแจ้งเหตุมีบุคคลตกจากที่สูงเสียชีวิต ภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านจอมเทียน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชา ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน พร้อมอาสาสมัครกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นลานจอดรถชั้นล่างของคอนโด พบศพชายชาวต่างชาติ นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตในสภาพสยดสยอง ทราบชื่อภายหลังคือ Mr.Alan Pryor อายุ 70 ปี สัญชาติสหรัฐอเมริกา สวมเสื้อลายสก็อต กางเกงสามส่วน ร่างกายแหลกเหลว กระดูกหักหลายส่วน เศษชิ้นส่วนและคราบเลือดกระจายทั่วพื้น เจ้าหน้าที่ต้องกันพื้นที่โดยรอบไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้ พร้อมช่วยกันเก็บรวบรวมเศษชิ้นส่วนร่างกายของผู้ตาย
จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตพักอาศัยอยู่เพียงลำพังที่ห้องชั้นที่ 5 ของคอนโดดังกล่าว ภายในห้องไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือถูกรื้อค้น แต่พบจดหมายลาตาย เขียนด้วยลายมือ ระบุข้อความใจความว่า “ฉันกำลังจะจากไป เพราะทุนทรัพย์หมด” เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ขณะเดียวกันได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของคอนโด พบว่า เมื่อเวลา 00.35 น. ผู้ตายได้ขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่ 11 โดยถือสิ่งของบางอย่างติดมือไปด้วย จากนั้นภาพกล้องบริเวณทางเดินชั้น 11 แสดงให้เห็นว่า ผู้ตายได้ลากเก้าอี้หนึ่งตัวไปวางริมหน้าต่าง ก่อนปีนออกไปด้านนอก และกระโดดลงมาสู่ลานจอดรถด้านล่างจนเสียชีวิต
จากการสอบถาม นายกฤษดา ตรีจรูญ อายุ 49 ปี พนักงานให้การว่า ระหว่างปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณล็อบบี้ ได้ยินเสียงดังคล้ายของแข็งตกกระแทกพื้นด้านล่าง ตอนแรกคิดว่าอาจเป็นของตกจากห้องใดห้องหนึ่ง เนื่องจากบริเวณนั้นค่อนข้างมืด มองเห็นเพียงเงาตะคุ่มๆ จึงไม่ได้เอะใจ จนกระทั่งมีลูกค้าชาวต่างชาติเดินเข้ามาแจ้งว่า เห็นมีคนนอนแน่นิ่งอยู่บนลานจอดรถ จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตอาจเกิดความเครียดจากปัญหาด้านการเงินและไม่มีทุนทรัพย์ในการดำรงชีวิต จึงตัดสินใจก่อเหตุสลดดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ศพจะถูกส่งไปตรวจชันสูตรอย่างละเอียดที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ก่อนประสานสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยให้ติดต่อญาติผู้เสียชีวิตต่อไป

