สลด ชาย 57 ถูกรถชนดับบนถนนมืด ชาวบ้านวอนรัฐเร่งแก้ เผยจุดนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อย
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.หนองคาย ร.ต.อ.ธรรมนูญ อภัยวงศ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย (ศูนย์ 191) เวลา 22.00 น. วันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา มีเหตุเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย เหตุเกิดบนถนนสายท่าบ่อ-บ้านผือ ฝั่งขาออกอำเภอท่าบ่อ บริเวณหน้าร้านโหย่ยคูเพ็ง หมู่ 10 ต.ท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.ท่าบ่อ และหน่วยกู้ภัยประจักษ์ จุดอำเภอท่าบ่อ
ที่เกิดเหตุพบชายนอนเสียชีวิตอยู่ริมทาง สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์ขายาว มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะ สมองไหลกระจายบนพื้นถนน ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาคือนายสมพงศ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี ชาวหมู่ 13 ต.ท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย
จากการสอบถาม นายภัทรพล (สงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยประจักษ์จุดอำเภอท่าบ่อ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายเดินมาจากงานมหรสพ (หมอลำ) ที่ทางเทศบาลเมืองท่าบ่อจัดขึ้นในช่วงนี้ (งานแข่งเรือยาวประเพณี) มาแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์กู้ภัยประจักษ์จุดอำเภอท่าบ่อ เพื่อให้พาไปส่งที่บ้าน โดยผู้ตายมีอาการเมาสุรา เจ้าหน้าที่จึงได้นำขึ้นรถไปส่งที่บ้าน ต่อมาได้รับแจ้งว่าพบผู้ตายนอนเสียชีวิตบนถนนดังกล่าว คาดว่าภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยไปส่งที่บ้านแล้ว ผู้ตายอาจออกมาเดินริมถนนทำให้ถูกรถไม่ทราบชนิดเฉี่ยวชนก่อนรถที่เฉี่ยวชนได้ขับหลบหนีไป

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนและแพทย์เวรฯ ได้ร่วมกันชันสูตรพลิกศพ พร้อมบันทึกภาพที่เกิดเหตุอย่างละเอียดเพื่อประกอบสำนวนการสอบสวน จากนั้นได้สอบถามญาติผู้ตาย และญาติไม่ติดใจในการเสียชีวิตจึงได้มอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีตามประเพณี
ทั้งนี้ บริเวณจุดเกิดเหตุไม่มีไฟส่องสว่างเพียงพอ ทางมืด และเกิดอุบัติเหตุหลายครั้งแล้ว ชาวบ้านจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการติดตั้งไฟส่องสว่าง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบว่ารถคันใดเฉี่ยวชน เนื่องจากจุดเกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่ตำรวจและครอบครัวผู้เสียชีวิต จึงวอนให้ผู้ขับขี่ออกมามอบตัว หรือให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน สภ.ท่าบ่อ เพื่อแสดงความรับผิดชอบ เนื่องจากผู้เสียชีวิตมีฐานะยากจน และครอบครัวได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก

