ผ่าน20ชม.ยังจับไม่ได้! จนท.ระดมกำลังปิดป่าล่า หนุ่มเมาป่วยจิต คลุ้มคลั่งยิง รองผู้การฯ-สารวัตรกำนันเจ็บ
จากกรณี ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้าน บ้านลาด ต.ป่าไม้งาม อ.เมืองหนองบัวลำภู เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่า มีเหตุคนเมาและมีอาการทางจิตเวช ใช้อาวุธปืนยิงบุคคลอื่นได้รับบาดเจ็บ ที่บ้านห้วยหามต่าง หมู่ที่ 8 ต.ป่าไม้งาม อ.เมืองหนองบัวลำภู ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าที่เกิดเหตุพบคนร้ายคลุ้มคลั่ง ใช้ปืนยิงสารวัตรกำนัน- ผบก.ภ.จว. บาดเจ็บ และยังตามจับตัวไม่ได้นั้น
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายความคืบหน้า ระบุว่า สำหรับการติดตามไล่ล่าอาการคลั่งของ ตัวผู้ก่อเหตุ ตั้งแต่เช้าที่ผ่านมาโดยการอำนวยการของ พตอ.กริช ปัตลา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู และ พตอ.พนมศักดิ์ วีระหงส์ รักษาการผู้กำกับการตำรวจภูธรอำเภอเมืองหนองบัวลำภู ได้มาอำนวยการติดตามตัวผู้ก่อเหตุตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา

ด้วยตัวผู้ก่อเหตุหลังจากนั้นก็อยู่ที่ในบ้านได้ถูกนี้ลงจากบ้านช่วงเวลาประมาณตีสองไปพร้อมกับอาวุธปืนแก๊สส่วนปืน ขนาด . 22 นั้น ไม่ได้นำติดตัวไปทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดไว้แล้ว ซึ่งตัวผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปพร้อมกับมีสุนัขติดตาม ไปด้วยสามตัว ซึ่งบริเวณที่หลบหนีไปส่วนมากจะเป็นป่าอ้อยแล้วก็ทุ่งนาข้าวทำให้มีที่หลบซ่อนสำหรับตัวผู้ก่อเหตุได้หลายที่ และ ยังมีการยิงปืนออกมาของผู้ก่อเหตุ ประมาณ 3 นัด
โดยตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองและชุดสืบของตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภูได้นำมาสมทบและออกติดตามตัวคนร้ายอย่างกระชั้นชิด และหากว่ายังไม่สามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้ จะมีการประสานกับทางตำรวจภูธรภาคสี่ เพื่อที่จะนำโดรนมาบินสำรวจหาด้วย

ต่อมาพลตำรวจตรีไกรสมุทร ทาโบราณ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภูได้เดินทางมาอำนวยการติดตามไล่ล่าคนร้ายด้วยตัวเองโดยได้กำชับกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ออกปฏิบัติหน้าที่ให้ใช้ความระมัดระวังและใส่เสื้อเกราะทุกคน
เนื่องจากว่าคนร้ายเป็นผู้มีความชำนาญในการใช้อาวุธ และขอให้ปฏิบัติเป็นไปตามยุทธวิธีและกฎหมายเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน โดยจะปฏิบัติหน้าที่ให้สามารถติดตามจับตัวคนร้ายได้เร็วที่สุดแต่ไม่อาจกำหนดเวลาได้
ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปิดล้อมป่าอ้อยที่ติดกับวัดโยธาสว่าง บ้านห้วยหาต่าง ซึ่งคาดว่าผู้ก่อเหตุจะอยู่ในพื้นที่นั้น
นางบัวเรียน แม่ของผู้ก่อเหตุกล่าวว่า หลังจากช่วงประมาณ 02.00 น หลังจากลูกชายได้หนีออกจากบ้านไปแล้ว จึงได้เข้าบ้านแต่ตลอดคืนก็นอนไม่หลับ รู้สึกเป็นห่วงลูกชาย อยากให้มอบตัวและก็ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่ ขนาดนี้ถ้าไม่มีคนเข้าไปในบ้านลูกชายคงจะไม่ใช้อาวุธปืนยิงออกมา

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 14.40 น. ศูนย์วิทยุลำภู อ.เมืองหนองบัวลำภู จ.หนองบัวลำภู ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้าน บ้านลาด ต.ป่าไม้งาม อ.เมืองหนองบัวลำภู ว่า มีเหตุคนเมาและมีอาการทางจิตเวช ใช้อาวุธปืนยิงบุคคลอื่นได้รับบาดเจ็บ ที่บ้านห้วยหามต่าง หมู่ที่ 8 ต.ป่าไม้งาม อ.เมืองหนองบัวลำภู หลังจากได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ พร้อมด้วย ชุดสืบสวน สภ.เมืองหนองบัวลำภู ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู
เมื่อเดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเข้าปิดล้อมเจรจา และกันชาวบ้านที่ไม่เกี่ยวข้องออกห่างไกลจุดที่เสี่ยงอันตราย สำหรับ ตัวผู้ก่อเหตุอยู่บนบ้านชั้น 2 ได้ใช้ หนังสติก อาวุธปืนแก๊ป อาวุธปืนลูกกรดยาว ยิงมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลายครั้ง ต่อมา พ.ต.อ.พนมศักดิ์ มีระหงส์ ผกก.ฝอ.ภ.จว.เลย รักษาราชการแทน.ผกก.สภ.เมืองหนองบัวลำภู และ พ.ต.อ.กริช ปัตลา รอง ผบก.ภ.จว.หนองบัวลำภู ได้เดินทางมาอำนวยการยังสถานที่เกิดเหตุ ขณะที่ พ.ต.อ.กริช ปัตลา รอง ผบก.ภ.จว.หนองบัวลำภู พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรเมืองหนองบัวลำภู และชุดสืบสวนภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู กำลังพยายามหาจุดที่จะทำการเข้าจู่โจมควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ ให้ได้นั้น ผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงมาเฉียดบริเวณขาแต่กระสุนไม่เข้าเป็นรอยแดงที่ขาด้านขวา

จากการสอบสวนชาวบ้านทราบว่า ผู้ที่ก่อเหตุ คือ นาย มนตรี ขอสงวนนามสกุล อดีตทหารเกณฑ์ สังกัดกองทัพเรือในพื้นที่จังหวัดชลบุรี อายุ 38 ปี
ซึ่ง นางบัวเรียน ขอสงวนนามสกุล อายุ 65 ปี ผู้เป็นแม่ เล่าว่า ลักษณะพฤติกรรมของ นายมนตรี มีอาการร้องโวยวายว่าจะมีคนมาทำร้าย มีคนมาฆ่า มีการลักษณอาการอย่างนี้มา 2-3 วันแล้ว ก่อนหน้านี้ก็เคยพาลูกชายไปทำการตรวจรักษาอาการป่วยทางจิตที่โรงพยาบาลหนองบัวลำภู แต่แพทย์ตรวจแล้วสอบถามคนป่วยแล้วเห็นว่า ยังสามารถพูดคุยรู้เรื่อง อาการยังไม่รุนแรงก็ให้กลับมาบ้าน
นางบัวเรียน กล่าวว่า สำหรับในวันนี้ ในช่วงเช้าบอกว่า ตัวเองมีลักษณะคันที่ต้นคอเป็นเกลื้อน จึงให้แม่พาไปหาหมอที่คลินิกแห่งหนึ่ง ในตัวจังหวัดหนองบัวลำภู ตนเองก็ยังได้แอบไปพูดกับหมอว่า ลูกมีการทางประสาท แต่ตัวเขาก็พูดคุยกับหมอรู้เรื่อง เมื่อกลับจากหาหมอมาบ้าน นายมนตรี เองก็ยังไม่มีอาการคลุ้มคลั่งแบบนี้ ยังเป็นคนขับรถไปกับแม่และขับกลับมาถึงบ้าน
แต่จากนั้น เมื่อมาถึงบ้านจึงได้มีการโวยวายขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. ต่อมา นาย อิทธิพล เทียนคำ อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นสารวัตรกำนัน เป็นคนในหมู่ได้เข้ามา เพื่อดูสถานการณ์และได้ถูก นายมนตรี ยิงเข้าบริเวณโคนขาด้านหลังข้างซ้ายได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัว ส่งโรงพยาบาลหนองบัวลำภู อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว

นอกจากนั้น นางบัวเรียน ผู้เป็นแม่ ได้บอกว่า ตนเองมีลูกสาวไปทำงาน ที่กรุงเทพมหานคร ส่วนนายมนตรี เป็นลูกชายคนเล็ก หลังจากปลดประจำการจากทหารเกณฑ์มาแล้ว ก็มาช่วยทำงาน ช่วยพ่อแม่ เป็นอย่างดี เป็นคนทำมาหากิน หายิงนก ยิงปลา แต่ตอนหลังมาได้ไปรับจ้างขึ้นอ้อย และจากนั้นมาประมาณ 2 ปี ได้มีการเหมือนคนอารมณ์ร้าย โวยวาย ชอบดื่มเหล้าเมาเป็นประจำ
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามกับแม่ผู้ก่อเหตุว่า ผู้ก่อเหตุได้เสพยาบ้าหรือไม่ ผู้เป็นแม่ บอกว่า ไม่ทราบแต่เรื่องเหล้านั้น เห็นกินประจำ ส่วนยาบ้าไม่เห็นลูกเสพแต่ก็ไม่เชื่อว่าลูกจะไม่เสพ ส่วนอาวุธปืนที่ลูกใช้ยิงมานั้น ปืนแก๊ป เป็นปืนที่ใช้หาล่าสัตว์ ยิงนก ยิงหนู ยิงปลา แต่ปืนลูกกรดนั้น เป็นของตนเอง ตอนนั้น ได้นอนนาและเลี้ยงวัวไว้กว่า 20 ตัว จึงได้ไปขออนุญาตซื้อปืนมาไว้ป้องกันทรัพย์สิน และเก็บไว้ในบ้าน ทำให้ลูกชายนำมายิงข่มขู่จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ

หลังจากนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ พยายามให้ ผู้เป็นแม่พูดผ่านเครื่องขยายเสียงของรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเครื่องขยายเสียงของหอกระจายข่าวขอเข้าไปในบ้าน บอกว่า หิวข้าวแล้ว แต่ตัวลูกชายก็ไม่ยินยอม และให้ผู้ที่มีความสนิทสนมคุ้นเคยกับผู้ก่อเหตุมาพยายามพูดผ่านเครื่องขยายไปหาผู้ก่อเหตุ ที่หลบอยู่บนบ้านก็ไม่ยินยอมออกมามอบตัวพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่ง บางครั้งก็ใช้หนังสติ๊กยิงลูกออกมา บางครั้งก็ใช้อาวุธปืนแก๊ปและอาวุธปืนลูกกรดยิง ออกใส่ กลุ่มของเจ้าหน้าที่ ที่ทำการปิดล้อมอยู่
ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้กันคนที่อยู่ใกล้เคียงให้ออกหรือหลบเข้าไปอยู่ในบ้านเรือนและปิดประตูไว้ก่อน ก็ยังไม่สามารถเจรจาเกลี่ยกล่อมให้ ผู้ก่อเหตุออกมาจากภายในบ้านได้ จึงได้ขอไฟส่องสว่าง จากรถของ กู้ภัยคุณธรรมและรถไฟส่องสว่างของ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดหนองบัวลำภู มาส่องไฟให้ เพื่อความสะดวกต่อการปฏิบัติงาน โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รอเวลาให้ ผู้ก่อเหตุเกิดอาการอ่อนล้าแล้วถึงจะเข้าทำการจู่โจมจับกุม เนื่องจากตอนนี้ ผู้ก่อเหตุยังร้องโวยวายด่ามายัง เจ้าหน้าที่อยู่ ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงต่างพากันผวา นั่งจับกลุ่มกันเฝ้าคอยสังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ และบางบ้านก็รีบเข้าบ้านปิดประตูอยู่ภายในบ้านกันเพื่อความปลอดภัย จนกระทั่งล่าสุดเวลา 23.00 น. ก็ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ อีกยังยิงปืนออกมาเป็นช่วงๆ


