หน้าแรก ภูมิภาค ตร.ทางหลวงไล่...

ตร.ทางหลวงไล่ล่ากระบะต้องสงสัย ซิ่งหนีจนตกคลอง คนขับว่ายน้ำหนี หายไปพร้อมกระเป๋าใบใหญ่

13.10.25 | 16:48 น.

ตร.ทางหลวงไล่ล่าระทึก กระบะต้องสงสัยซิ่งหนีตกคลอง คนขับว่ายน้ำข้ามฝั่งพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ หนีไปได้


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 ตุลาคม พ.ต.ท.สมบัติ แสงอินทร์ สารวัตรสอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งจากตำรวจทางหลวง พบรถกระบะต้องสงสัยขับมาจากถนนกาญจนาภิเษก หมายเลข 9 มุ่งหน้า อ.บางบัวทอง จึงเรียกให้หยุดรถเพื่อทำการตรวจสอบ แต่คนขับเร่งความเร็วแล้วขับหลบหนี ขับเข้าไปในถนนเลียบคลองลำรี จนรถตกลงไปในคลองลำรี หมู่ 9 ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ชนาธิป พานทอง รอง ผกก.ป.สภ.บางบัวทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านมายืนมุงเป็นจำนวนมาก จึงประสานรถยกมายกรถกระบะคันดังกล่าวขึ้นมาจากคลอง พบเป็นรถกระบะ ยี่ห้อเชฟโรเลต สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร แต่ไม่พบตัวผู้ขับขี่ ต่อมาเจ้าหน้าที่นำรถไปตรวจค้นที่ สภ.บางบัวทอง พบโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด จึงทำการอายัดทั้งหมดไว้เป็นของกลางเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด

Advertisement

นายณัฐพล กำนัน ต.ละหาร อ.บางบัวทอง กล่าวว่า ได้รับแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการไล่ล่ารถกระบะต้องสงสัยที่ขับมาจากถนนกาญจนาภิเษก หมายเลข 9 เบื้องต้นทราบว่าตำรวจทางหลวงได้ทำการตรวจสอบทะเบียนรถกระบะคันดังกล่าว แต่เนื่องจากทะเบียนไม่ขึ้นในระบบ จึงสั่งให้หยุด แต่คนขับพยายามเร่งความเร็วหลบหนี จากนั้นได้ขับเข้ามาที่ถนนเลียบคลองลำรี ตำรวจทางหลวงจึงไล่ยิงเพื่อให้หยุดรถ เมื่อถึงบริเวณจุดเกิดเหตุได้มีรถเครนจอดขวางอยู่ คนขับรถกระบะจึงขับพุ่งตกลงไปในคลอง ส่วนคนขับหนีออกจากรถ และว่ายน้ำข้ามคลองหลบหนีไปได้

นายซำซูเด่น อายุ 36 ปี อาชีพรับจ้าง กล่าวว่า กำลังขับรถจะไปตัดหญ้า ตอนเกิดเหตุขับรถสวนกับรถของผู้ก่อเหตุ ขณะเดียวกันรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงที่ตามรถกระบะมาติดๆ ได้โบกมือให้ตนช่วย จึงรีบกลับรถและขับตามมาช่วย เมื่อถึงจุดเกิดเหตุมีสิบล้อจอดอยู่ ตนจึงให้รถสิบล้อจอดขวางถนนเพื่อกันไม่ให้ผ่านไปได้ รถกระบะจึงหักหลบและตกลงไปในคลอง ส่วนคนขับกระบะได้ออกจากรถ และว่ายน้ำขึ้นที่ฝั่งตรงข้ามและหลบหนีไปได้ โดยสะพายกระเป๋าสีดำใบใหญ่หนีไปด้วย ซึ่งไม่ทราบภายในกระเป๋ามีอะไรซุกซ่อนอยู่หรือไม่

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง อายัดรถกระบะคันดังกล่าวและโทรศัพท์มือถือทั้ง 2 เครื่องไว้ตรวจสอบ จากนั้นจะออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง หากพบความผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป