หน้าแรก ภูมิภาค ตร.จับมือจังห...

ตร.จับมือจังหวัด เร่ง สอบนอมินี นิติบุคคลอำพราง ถือครองที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง เกาะ สมุย-พะงัน

13.10.25 | 18:10 น.

ตร.จับมือจังหวัด รุกสอบนอมินี นิติบุคคลอำพรางถือครองที่ดิน สิ่งปลูกสร้างเกาะ สมุย พะงัน 

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.ศรัญญู ชำนาญราช รอง ผบช.ภาค 8 พร้อม พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว. สุราษฎร์ธานี เรียกประชุม คณะทำงานปฏิบัติการสืบสวนสอบสวนและจับกุมชาวต่างด้าวประกอบธุรกิจบนแหล่งท่องเที่ยวเกาะสมุยเกาะพะงัน โดยมีนายบันดาล สถิรชวาล รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี ประธานกรรมการคณะทำงานด้านการตรวจสอบ สิ่งปลูกสร้างการถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบุคคลต่างด้าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พาณิชย์จังหวัด , สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด , กอ.รมน.จังหวัด , แรงงานจังหวัด , ที่ดินจังหวัด เข้าร่วมประชุม เพื่อวางแผนดำเนินงานเข้าตรวจค้นกลุ่มเป้าหมายชาวต่างชาติผิดกฎหมายในชุดแรก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมได้วางแผนการทำงานจะมีการตรวจสอบการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินของบุคคลต่างด้าวหรือนิติบุคคลโดยให้มีการตรวจสอบการถือกรรมสิทธิ หรือสิทธิการถือครองที่ดินของบุคคลที่มีสัญชาติไทยที่เข้าข่ายเป็นการถือครองแทนบุคคลต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าวในลักษณะอำพรางหรือไม่ และตรวจสอบกรณีการครอบครองหรือเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินของบุคคลต่างด้าวในที่ดินของรัฐ รวมทั้งให้มีการตรวจสอบการรับใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร , การดำเนินการก่อสร้างอาคารการดัดแปลงอาคาร และการรื้อถอนหรือการเคลื่อนย้ายอาคาร

นายบันดาล บันดาล สถิรชวาล รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การทำงานของคณะกรรมการระดับจังหวัดซึ่งมีนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผวจ. สุราษฎร์ธานี เป็นประธานอำนวยการ ในการตรวจสอบตัวบุคคล ทราบจากคณะกรรมการที่ทำงานว่า การดำเนินการคืบหน้าไปมากแล้วและอยู่ระหว่างการตรวจสอบการเดินทางเข้าออก และการคงอยู่ในประเทศประเทศไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า โดยจะมีการจำแนกประเภทของวีซ่า และการต่ออายุหนังสือเดินทาง เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์แยกจากนักท่องเที่ยวจากผู้ที่เดินทางเข้ามาเพื่อต้องการทำธุรกิจในประเทศไทย

Advertisement

“ การทำงานตรวจสอบในครั้งนี้ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เราไม่ได้มุ่งเน้นไปเฉพาะที่นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลเท่านั้น แต่จะตรวจสอบชาวต่างชาติทุกรายที่เดินทางเข้ามาอยู่ในลักษณะพำนักระยะยาว ” นายบันดาล กล่าว

นายบันดาล กล่าวอีกว่า การทำงานตรวจสอบการจัดตั้งบริษัทนิติบุคคลได้นำข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้ามาวิเคราะห์ร่วมกับสำนักงานที่ดินจังหวัดเพื่อตรวจสอบความถูกต้องการถือครองที่ดินของบริษัทนิติบุคคล ขณะเดียวกันจะตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทนิติบุคคลและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของที่มาของรายได้ และสถานะทางการเงินที่นำมาร่วมในการลงทุนของบริษัทนิติบุคคล

“ ซึ่งการทำงานทั้ง 2 ด้านทั้งการตรวจสอบตัวบุคคล และการตรวจสอบบริษัทนิติบุคคลจะทำควบคู่กันไปเนื่องจากข้อมูลทั้งสองส่วนจะเชื่อมโยงกัน ” นายบันดาล กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.ศรัณญู กล่าวภายหลังการประชุม ว่า ในส่วนของตำรวจที่เป็นทั้งพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนได้มีการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกันเพื่อวางแนวทางเข้าดำเนินการ โดยขณะนี้มีเป้าหมาย และมอบให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบแต่ละ พ.ร.บ.ให้ตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่งคาดว่าคงใช้เวลาอีกไม่นานจะสามารถเข้าปฏิบัติการได้ทันที

“ ในการเข้าปฏิบัติการจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกความผิดซึ่งหน้า เช่น การพบการทำงานที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือการทำงานอาชีพที่สงวนสำหรับคนไทย , กำหนดการอยู่เกินระยะเวลาที่กำหนดสามารถจับกุมและดำเนินคดีได้ทันที ส่วนที่สอง การเข้าตรวจค้นจะมีการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบในการจัดตั้งบริษัทนิติบุคคลการถือครองที่ดิน , การชำระจ่ายภาษี , ประกอบธุรกิจโรงแรมรวมถึงการก่อสร้างซึ่งส่วนนี้จะต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานและให้หน่วยงานที่รับเป็นเจ้าของพระราชบัญญัติเป็นผู้เข้าร้องทุกข์เพื่อให้ทางพนักงานสอบสวนดำเนินคดีทางกฎหมายในภายหลัง“ พล.ต.ต.ศรัณญู กล่าว

พล.ต.ต.ศรัณญู กล่าวอีกว่า การบูรณาการครั้งนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการกวดขันเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของชาวต่างด้าวโดยเฉพาะในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 8 มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญเช่นที่จังหวัดภูเก็ตกระบี่ พังงา รวมถึงสุราษฎร์ธานี เราได้เข้ามาแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะใช้โมเดลการแก้ปัญหาในลักษณะการบูรณาการกำลังเข้าด้วยกัน เพื่อนำไปขยายผลในพื้นที่อื่นๆต่อไป “ พล.ต.ต.ศรัณญู กล่าว