น้ำท่วมอยุธยาแล้ว 12 อำเภอ กระทบกว่า 5 หมื่นครัวเรือน ตร.บางปะอิน ลงเรือรับแจ้งความ
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วม ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จากการที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท คงการระบายน้ำต่อเนื่องในอัตรา 2,300 ลบ.ม./วินาที เป็นวันที่ 6 ส่งผลทำให้ยังคงมีมวลน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประกอบกับมีฝนตก ส่งผลทำให้แม่น้ำน้อย คลองสาขาต่างๆ ที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา หลายชุมชนที่อยู่ติดกับแม่น้ำลำคลอง ยังถูกน้ำท่วมสูง 2-3 เมตร ระดับน้ำทรงตัว
ทั้งนี้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม 12 อำเภอ 147 ตำบล 889 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 50,026 ครัวเรือน

ที่ชุมชนวัดบางกระทิง ต.บ้านกระทุม อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ติดกับแม่น้ำน้อยพบว่าระดับน้ำทรงตัว น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนบริเวณโดยรอบวัดบางกระทิง สูงประมาณ 2-3 เมตร ถนนทางเข้าชุมชนถูกน้ำท่วมชาวบ้านต้องใช้เรือสัญจรเข้าออก ส่วนทุ่งนามีน้ำเข้าเต็มทุ่ง
ที่ชุมชนเกาะพระ ต.บ้านโพ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นชุมชนที่อยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา มีชาวบ้านอาศัยอยู่ 200 ครัวเรือน สภาพบ้านเรือนถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 1-2 เมตร มีกระแสน้ำไหลแรง
พ.ต.อ.อดิเรก โปธิปัน ผกก.สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย พนักงานสอบสวน ผู้ใหญ่บ้าน นำเรือไปให้บริการรับแจ้งความ ลงบันทึกประจำวันเพื่อใช้เป็นหลักฐาน การให้บริการจะจัดเป็น 2 รอบ ช่วงเช้าและเย็น ชาวบ้านจะประสานผู้ใหญ่บ้าน ต้องการแจ้งความหรือลงบันทึกประจำวันในเรื่องอะไร พร้อมกับนำข้าวสาร อาหารแห้ง ไข่ น้ำดื่ม ไปให้เป็นกำลังใจด้วย
นางอนันต์บอกว่า บ้านถูกน้ำท่วมนาน สมุดบัญชีธนาคารสูญหาย ต้องลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานเอาไปเปิดบัญชีธนาคารใหม่ เกรงว่าจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือน้ำท่วม 9,000 บาท ไม่สะดวกเดินทางไปแจ้งความ เพราะต้องพายเรือออกไป โรงพักอยู่ไกลไม่สะดวกเดินทางเพราะต้องใช้เวลานานกว่าปกติ พอรู้มีตำรวจลงพื้นที่รับแจ้งความ รีบแจ้งไปทางผู้ใหญ่บ้าน

นอกจากนี้ มีชาวบ้านแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเจรจาความเสียหายกับเจ้าของวัว ที่นำวัวหนีน้ำท่วมมากินพืชผักที่ปลูกเอาไว้เสียหาย
ที่ชุมชนในเขตเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ที่อาศัยอยู่ริมคลองคูเมืองทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก น้ำไหลแรง บ้านเรือนถูกน้ำท่วมมาแล้วประมาณ 1 เดือน ระดับน้ำลดลงไปเล็กน้อย ชาวบ้านใช้น้ำล้างเอาโคลนที่สะสมออกก่อนที่จะล้างออกยากถ้าหากรอน้ำลดลงมากกว่านี้ แต่ยังต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ เรื่องของฝนที่ตกและน้ำทะเลหนุน

