สกร.แปดริ้ว บอกอยากได้หนังสือกลุ่มสร้างอาชีพและการพัฒนาธุรกิจสู่ระบบการค้าขายผ่านโลกออนไลน์ ในโครงการส่งเสริมการอ่านสร้างอนาคต ของมูลนิธิเสริมกล้าและมติชน ในการขับเคลื่อนชุมชนทั้ง 11 อำเภอ เสริมสมาธิให้ประชาชนลดปัญหาเด็กติดจอ เผยหากได้รับการสนับสนุนหนังสือเข้ามามากจะสามารถกระจายได้ลงลึกถึงบ้านหนังสือในระดับตำบล เพื่อให้ ปชช.เข้าถึงได้ง่าย
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ บริษัทมติชน จำกัด(มหาชน) ร่วมกับ มูลนิธิเสริมกล้า และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ( สกร. ) เปิดโครงการ Read for the future ส่งเสริมการอ่าน สร้างอนาคตขึ้น โดยเห็นว่าการอ่านเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะในทุกมิติ โดยมูลนิธิเสริมกล้า สกร. และเครือมติชนต่างเห็นความสำคัญของการส่งเสริมการอ่าน จึงร่วมมือกันเปิดโครงการนี้ขึ้น โดยมูลนิธิเสริมกล้า ได้สนับสนุนทุนประเดิม จำนวน1 ล้านบาท เพื่อจัดหาหนังสือมอบให้ห้องสมุดประชาชนในสังกัดสกร. มีเป้าหมายมอบให้ 20 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2568 นี้
ที่จ.ฉะเชิงเทรา นายอำไพ ข่าขันมะลี ผอ.สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ จ.ฉะเชิงเทรา (สกร.) กล่าวว่า หากได้หนังสือมาจากมูลนิธิเสริมกล้าและมติชนแล้ว จะได้นำหนังสือกระจายออกไปยังห้องสมุดประชาชนทั้ง 11 อำเภอ และถือเป็นสิ่งดีที่ โดย สกร.หรือ กศน.เดิมนั้น มีโครงการส่งเสริมรักการอ่านอยู่แล้ว ตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ดังนั้นในแต่ละห้องสมุดหากมีหนังสือเข้ามาเพิ่มเติม เราก็จะมีหนังสือเพิ่มเข้ามาให้บริการแก่พี่น้องประชาชนมากขึ้น
นอกจากนี้เรายังมีบ้านหนังสือชุมชนในแต่ละอำเภอและแต่ละตำบลด้วย หากได้หนังสือดีๆ เพิ่มเติมเข้ามาอีก ก็จะเป็นแนวทางในการส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนรักการอ่าน รวมทั้งผู้เรียนและผู้มารับบริการกับทาง สกร. ด้วย ส่วนกลุ่มหนังสือที่ประชาชนสนใจนั้นยังมีข้อมูลไม่ชัดเจน แต่ตามมุมมองนั้น เชื่อว่าเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับทางด้านอาชีพต่างๆ จะเป็นหนังสือที่ดีมาก อย่างเช่นทุกวันนี้ เรื่องเกี่ยวกับการค้าขายออนไลน์นั้นก็มีประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน และนักเรียนนักศึกษาด้วย
โดยกลุ่มเป้าหมายก็มีทั้งประชาชนทั่วไป มีทั้งเด็กนักเรียนในชุมชนที่อยู่ใกล้ ที่จะแวะเวียนเข้ามาอ่านหนังสือ และประชาชนที่รักการอ่านก็ยังมีอยู่ค่อนข้างมาก หากได้รับโอกาสมีหนังสือเข้ามาจะได้นำกระจายกันออกไปให้ได้ใช้ประโยชน์มากที่สุด ซึ่งจุดหลักๆ นั้น จะกระจายไปยังห้องสมุดประชาชนทั้ง 11 แห่งได้ในทันที และจะเกิดประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากเป็นศูนย์รวมหนังสือของในแต่ละอำเภออยู่แล้ว ส่วนในระดับอำเภอจะกระจายไปยังบ้านหนังสือชุมชน ก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ในแต่ละอำเภอจะแบ่งปันไป โดยหากได้หนังสือมาเป็นจำนวนมากก็จะดี จะได้เพียงพอที่จะนำลงไปยังบ้านหนังสือชุมชนในแต่ละตำบล
สำหรับกลุ่มผู้ที่สนใจเข้ามาอ่านหนังสือนั้น ยังมีทุกกลุ่มและหากมีหนังสือดีๆ เข้ามา ทาง สกร.จะประชาสัมพันธ์ให้ ลูกศิษย์ สกร. ได้มีส่วนร่วมในการรักการอ่าน และอีกส่วนหนึ่งนั้น คือ ประชาชนทุกเพศทุกวัย หากมีหนังสือเข้ามาอย่างหลากหลายก็จะเหมาะสมกับทุกคนที่จะได้เลือกอ่าน หากเป็นทางด้านอาชีพสร้างรายได้ เช่น การทำอาหาร หรือทำอะไรต่างๆ รวมถึงการขายของออนไลน์ที่เข้าสู่ยุคเทคโนโลยี จะเป็นหนังสือที่ดีมาก
โดยปัจจุบันในส่วนของภาครัฐเองนั้น มีงบประมาณในการจัดซื้อหนังสืออยู่เช่นกันแต่ไม่เพียงพอ ในแต่ละปีแต่ละอำเภอจะจัดเลือกหนังสือลงในห้องสมุดแต่ละแห่งของตนเอง จากโครงการนี้ถือเป็นสิ่งที่ดีมาก เนื่องจากทุกวันนี้คนอ่านหนังสือน้อยลง โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ ที่คนหันไปใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ แต่หากมีหนังสือที่น่าสนใจมาให้ ปชช.ได้เลือกอ่านเพิ่มเติม การส่งเสริมการอ่านสิ่งแรกก็จะเป็นการเพิ่มสถิติการอ่านของคนไทยมากขึ้น และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในการขวนขวายหาความรู้
บางคนอาจจะทำวิจัย ทำวิทยานิพนธ์ ก็สามารถเข้ามาใช้ข้อมูลจากหนังสือเหล่านี้ เป็นแหล่งอ้างอิงข้อมูลได้ ก็อยากจะเชิญชวนทุกกลุ่มเป้าหมายพี่น้องประชาชนทุกเพศทุกวัย ให้มารักการอ่านกันเป็นการฝึกให้เขามีสมาธิด้วย โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษา และเป็นการช่วยลดปัญหาเด็กติดจอ
ส่วนข้อเสนอแนะไปถึงยังรัฐบาลนั้น ก็อยากจะให้จัดสรรสำนวนหนังสือลงมาเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี เพราะว่าห้องสมุดเป็นห้องสมุดที่ประชาชนได้ใช้บริการ โดยเฉพาะ จ.ฉะเชิงเทรา ทั้ง 11 แห่ง และยังมีห้องสมุดเฉลิมราชกุมารี ที่ อ.บางปะกง อีกแห่งหนึ่งที่สำคัญ จึงอยากให้พี่น้องประชาชนได้ใช้บริการให้มาก จึงขอความเมตราต่อทางรัฐบาลได้ส่งเสริมให้มีหนังสือเพิ่มเข้ามามากขึ้น

