หน้าแรก ภูมิภาค เยือนอัมพวา-ส...

เยือนอัมพวา-สักการะหลวงพ่อแดง เที่ยวเทศกาลขนมหวาน’วัดบางวันทอง’

15.10.25 | 15:19 น.

เยือนอัมพวา-สักการะหลวงพ่อแดง เที่ยวเทศกาลขนมหวาน ‘วัดบางวันทอง’


จังหวัดสมุทรสงคราม มีพื้นที่ปลูกมะพร้าวแหล่งใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง ด้วยสภาพภูมิประเทศ ทั้งดิน น้ำ ลุ่มน้ำแม่กลองที่มีทั้งน้ำจืดและน้ำกร่อย ที่เหมาะสมต่อการทำการเกษตร ยกร่องทำสวนปลูกพืชผักผลไม้ รวมทั้งมะพร้าวที่ปลูกกันมานานนับร้อยปี ปัจจุบันมีพื้นที่เกินกว่า 60,000-70,000 ไร่ กระจายอยู่ในอำเภอเมือง อัมพวา และ บางคนที รวมทั้งเป็นแหล่งผลิตน้ำตาลมะพร้าวที่ขึ้นชื่อ เป็นของดีที่อยู่คู่ครัวไทย และเป็นวัตถุดิบของ “ขนมไทย” หลายเมนู ยิ่งไปกว่านั้นคนเมืองนี้ยังมีฝีมือเรื่องการทำขนมหวานรสดีทั้งเปิดจำหน่ายหลายร้าน

นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลงานบุญ ชาวบ้านแต่ละชุมชนมักนำวัตถุดิบในพื้นที่ ทั้งมะพร้าวน้ำหอม และน้ำตาลมะพร้าว หรือน้ำตาลปี๊บ มาทำขนมหวานเพื่อถวายพระทำบุญ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลออกพรรษาที่ผ่านมา “วัดบางวันทอง” วัดเก่าแก่ ซึ่งเป็นทั้งศูนย์รวมจิตใจของชาวอัมพวา และยังเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมอาหารหวานพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ตั้งอยู่ริมคลองแควอ้อม ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา จัดงานประจำปี ปิดทองหลวงพ่อแดง หลวงปู่ตาด หลวงปูอวง ทอดกฐินสามัคคีสมทบทุนสร้างโดมอเนกประสงค์ และเทศกาลกินขนมหวานเงินล้านบ้านบางวันทอง ระหว่างวันที่ 10-12 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีนายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม และ “พระราชภาวนาวชิราจารย์” เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม เจ้าอาวาสวัดประดู่พระอารามหลวง เป็นประธานเปิดงาน

พระสมุห์อนุพงษ์ วัฑฒโน เจ้าอาวาสวัดบางวันทอง เล่าว่า วัดบางวันทอง เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อแดง เป็นที่เคราพศรัทธาของชาวบ้านมานาน ต่อมาหลวงปู่ตาด อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ 3 ชาวบ้านเคารพนับถือมาก ให้ความร่วมมือกับวัดเป็นอย่างดี ที่ผ่านมา วัดบางวันทองจัดงานปิดทองหลวงพ่อแดง หลวงปู่ตาด หลวงปูอวง ทอดกฐินสามัคคีและเทศกาลกินขนมหวานเงินล้าน ซึ่งจัดต่อเนื่องมานับร้อยปี ถือเป็นงานใหญ่ที่ชาวบ้านและผู้ศรัทธาตั้งตารอ งานนี้ไม่ใช่เพียงเป็นงานปิดทองขอพร แต่เป็นโอกาสที่ทุกคนจะได้ร่วมแรงร่วมใจกันสืบสานความศรัทธาที่มีต่อหลวงพ่อแดง หลวงปู่ตาด และหลวงปู่อวง งานนี้จึงเต็มไปด้วยพลังศรัทธา ในงานทุกคนจะร่วมกันปิดทองขอพรหลวงพ่อแดง หลวงปู่ตาด หลวงปูอวง บารมีแห่งความสำเร็จการงานก้าวหน้า ค้าขายร่ำรวย พร้อมร่วมบุญใหญ่ทอดกฐินสามัคคี

Advertisement

“ในงานชาวบ้านจะมารวมตัวกันทำ ‘ของหวาน’ หรือขนมหวานมากมายจำหน่ายในราคากันเอง มีทั้งทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน สังขยามะพร้าวน้ำหอมไส้ทะลัก ขนมขึ้นชื่อที่เรื่องรสชาติหวานมันพอดี เนื้อเนียนละมุนลิ้น ไม่หวานจัดเกินไป ถือเป็น ‘พระเอกของงาน’ แต่ละวัน มีนักท่องเที่ยวมาต่อแถวรอซื้อขนมหวานอย่างคึกคัก เพื่อบริโภคและเป็นของขวัญของฝาก” เจ้าอาวาสวัดบางวันทองกล่าว

“ประยุทธ เดชฉกรรจ์” คุณตาวัย 80 ปี คนเก่าแก่ในพื้นที่ เล่าว่า วัดบางวันทองมีปูชนียวัตถุสำคัญๆ ได้แก่ พระพุทธรูปนาคปรก เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่คู่มากับวัด แกะสลักจากศิลาแดง และมีพระพุทธรูปโบราณสมัยสุโขทัย ปางมารวิชัย แกะสลักจากศิลาแดงเช่นกัน อายุเก่าแก่มาก ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อแดง เดิมเป็นพระประธานอยู่ที่วัดเดิมที่อยู่ในคลอง (ชาวบ้านเรียกว่าวัดใน) ซึ่งอยู่ใกล้กับวัดบางวันทอง (เดิมชาวบ้านเรียก วัดนอก)

“ต่อมาวัดในถูกทิ้งร้าง หลวงพ่ออวง อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ 5 จึงร่วมกับชาวบ้านอัญเชิญมาประดิษฐานที่วิหารหน้าวัด ช่วงปี 2470 มาจนถึงปัจจุบัน มีผู้มากราบไหว้ขอพรกันเป็นจำนวนมาก เพราะเชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ขอพรสิ่งใดก็สมปรารถนา ใครเดือดร้อนเรื่องงาน การค้าขาย ก็มักมาขอพรและสมหวัง ก่อนกลับมาแก้บน จุดประทัดเสียงกึกก้องจนกลายเป็นธรรมเนียมที่สืบต่อกันมา เสียงคำเล่าลืออื้ออึงที่เต็มไปด้วยความศรัทธาสะท้อนให้เห็นว่าหลวงพ่อแดงไม่ใช่เพียงพระพุทธรูปโบราณ แต่เป็นที่พึ่งทางใจ เป็นศูนย์รวมความเชื่อของผู้คนจำนวนมาก ทำให้อดีตเจ้าอาวาสจัดงานปิดทองในเดือน 11 ของทุกปี นอกจากนี้ วัดยังประดิษฐานท้าวเวสสุวรรณคู่ ยืนสง่างามริมคลองหน้าวิหาร เป็นอีกหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนต่างศรัทธากราบไหว้เพื่อขอพรเรื่องโชคลาภและปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย”

ส่วนชาวบ้านที่ร่วมทำขนมหวาน “อารยา แก้วสมภักดิ์” อายุ 74 ปี แกนนำขนมหวาน กล่าวว่า “เมื่อก่อนชาวบ้านอยู่กันแบบสวนมะพร้าว มีกะทิ มีน้ำตาลมะพร้าว ก็เลยรวมตัวกันทำขนมถวายวัด ต่อมานำมาขายในงานเพื่อหารายได้ให้วัดและชุมชน จากรุ่นสู่รุ่นสืบทอดกันมาจนถึงวันนี้ 45 ปีแล้ว มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนถูกปากผู้บริโภค ปัจจุบันมีขนมหวานหลากหลายชนิดให้เลือกชิม เลือกซื้อ เช่น ขนมหม้อแกง, สาลี่กรอบ, หรุ่ม, ลูกชุบ, ทองหยิบ, ทองหยอด, ฝอยทอง, แฟงเชื่อม, กะหล่อจี๊, ขนมชั้น, ข้าวเหนียวหน้าสังขยา หน้ากุ้ง หน้าปลา, วุ้น, สาเกเชื่อม และ สังขยามะพร้าวน้ำหอม พระเอกของงาน

“สำหรับสังขยามะพร้าวน้ำหอม เราจะคัดมะพร้าวน้ำหอมขนาดพอดี อายุ 25-30 วัน ซึ่งเป็นเนื้อสองชั้นพอดิบพอดี นำมาบรรจุสังขยาสูตรโบราณจากไข่เป็ด กะทิสด และน้ำตาลมะพร้าวแท้ ก่อนนำไปนึ่งนานกว่า 1 ชั่วโมง 10 นาที กลายเป็นรสชาติหวานมันพอดี เนื้อเนียนละมุนลิ้น ไม่หวานจัดเกินไป เป็นขนมยอดนิยม ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ตำนานขนมหวานแห่งแม่กลอง’ ถ้ามาต้องหาซื้อรับประทานและนำไปเป็นของฝาก ช่วยสร้างรายได้ให้ชาวชุมชน”

ช่วงงานปิดทองหลวงพ่อแดง หลวงปู่ตาด หลวงปูอวง ทอดกฐินสามัคคี และเทศกาลกินขนมหวานเงินล้าน ชาวบ้านช่วยกันทำขนมหวาน จำหน่ายในราคา 3 กล่อง 100 บาท ส่วนสังขยามะพร้าวน้ำหอม จำหน่ายลูกละ 40 บาท”นับเป็นโอกาสของผู้มาร่วมงาน นอกจากได้ทำบุญ กราบพระประจำปี อิ่มบุญ อิ่มใจ และได้ลิ้มรสขนมหวานเมืองแม่กลองในคราวเดียวกัน