‘มช.’พลิกโฉมเปิด
หอผู้ป่วยหนักโรคหัวใจ
ยกระดับ มาตรฐานสากล
เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ห้องประชุมชั้น 15 อาคารเฉลิมพระบารมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. พร้อมทีมบริหาร ร่วมแถลงข่าวการเปิดหอผู้ป่วยวิกฤตโรคหลอดเลือดสมอง หอผู้ป่วยหนักโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง หลังปรับปรุงใหม่ เพื่อยกระดับและเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยได้มากขึ้น สะดวก ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพตามมาตฐานสากล
รศ.นพ.นเรนทร์เปิดเผยว่า การปรับปรุงหอผู้ป่วยหนักโรคหัวใจและหลอดเลือด และหอผู้ป่วยวิกฤตโรคหลอดเลือดสมอง อาคารศรีพัฒน์ เกิดจากความจำเป็นที่หอผู้ป่วยมีการใช้งานมาเป็นเวลานานจนเริ่มทรุดโทรม ทั้งด้านโครงสร้างอาคาร ระบบพื้นฐาน และข้อจำกัดด้านพื้นที่ ไม่เพียงพอต่อการรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คณะแพทยศาสตร์จึงดำเนินการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด ซึ่งการปรับปรุงหอผู้ป่วยหนักโรคหัวใจและหลอดเลือด และหอผู้ป่วยวิกฤตโรคหลอดเลือดสมอง เป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการ Save Sujinno และอาคารที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาผู้ป่วย ให้สอดคล้องกับมาตรฐานโรงพยาบาลระดับนานาชาติ วันนี้จึงมั่นใจว่าไม่ด้อยกว่าใครในการดูแลผู้ป่วยด้วยมาตรฐาน เพราะปัจจุบันตัวเลขผู้สูงอายุในปี 2567 เพิ่มขึ้น 22.78% หรือ 409,458 คน เข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงวัยแบบสมบูรณ์ โดยเฉพาะภาคเหนือตัวเลขผู้สูงวัยสูงที่สุด และอัตราการเสียชีวิตของโรคหลอดเลือดสมอง อยู่ในอันดับ 2 ส่วนโรคหัวใจจากเลือด อยู่อันดับที่ 4
“การปรับปรุงหอผู้ป่วยหนักโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง และหอผู้ป่วยวิกฤตโรคหลอดเลือดสมองในครั้งนี้ ได้ปรับปรุงพื้นที่ให้บริการผู้ป่วย รวมทั้งห้องพยาบาลและเจ้าหน้าที่ ให้ได้มาตรฐานโรงพยาบาลระดับสากล ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของบุคลากร และผู้มารับบริการได้รับการบริการที่รวดเร็วขึ้น ลดการรอคอยเตียง และมีโอกาสรอดชีวิตจากภาวะหัวใจและหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นอีกด้วย อีกทั้งญาติและผู้ดูแลยังได้รับความสะดวกสบายทั้งด้านสภาพแวดล้อม การให้บริการ และระบบดูแลความปลอดภัย ตามมาตรฐานสากล สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการเป็น โรงเรียนแพทย์ในดวงใจ เพื่อความยั่งยืนด้านสุขภาวะ ด้วยนวัตกรรม” รศ.นพ.นเรนทร์กล่าว
รศ.พญ.อรินทยา พรหมินธิกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หอผู้ป่วยหนักโรคหัวใจและหลอดเลือด (CCU) ชั้น 8 อาคารศรีพัฒน์ เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2541-2567 รวม 26 ปี ทำให้โครงสร้างเสื่อมสภาพ เนื่องจากเป็นหอผู้ป่วยวิกฤตที่ดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจเฉียบพลัน เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ที่ต้องได้รับการรักษาอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง ส่งผลให้มีจำนวนผู้ป่วยเข้ารับการรักษาจำนวนมาก เฉลี่ยปีละ 450-500 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดข้อจำกัดด้านพื้นที่และการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง
รศ.พญ.อรินทยากล่าวว่า การวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที จะทำให้สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยให้รอดชีวิตได้สูงขึ้น นอกจากนี้เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมการขยายบริการ เช่น การดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายหัวใจ การฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจภายในโรงพยาบาลอย่างครบวงจร โดยการปรับปรุงครั้งนี้ ได้ดำเนินการปรับปรุงหอผู้ป่วยทั้งหมด ได้แก่ ด้านโครงสร้างอาคารและระบบพื้นฐาน เช่น ปรับปรุงพื้น ผนัง เพดาน ระบบไฟฟ้า แสงสว่าง รวมถึงระบบปรับอากาศและระบายอากาศให้เหมาะสมตามมาตรฐานการควบคุมการติดเชื้อ, ปรับปรุงระบบทางการแพทย์ ได้แก่ ระบบก๊าซทางการแพทย์และระบบไฟฟ้าสำรองให้ครอบคลุม ปรับพื้นที่ให้เหมาะสมกับการบริการ ซึ่งรองรับผู้ป่วยได้จำนวน 12 เตียง ตลอดจนจัดหาและปรับปรุงเครื่องมือทางการแพทย์ที่สำคัญ และอุปกรณ์สนับสนุนอื่นๆ รวมถึงเสริมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัย เช่น ระบบเรียกพยาบาล
ขณะที่ ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช เลขานุการและกรรมการบริหาร ศูนย์โรคสมองภาคเหนือ และผู้ช่วยคณบดีด้านวิจัยและนวัตกรรม คณะแพทยศาสตร์ มช. กล่าวว่า หอผู้ป่วยวิกฤตโรคหลอดเลือดสมอง ชั้น 9 อาคารศรีพัฒน์ เปิดใช้งานมาแล้ว 17 ปี ตั้งแต่ปี 2550-ปัจจุบัน เริ่มรับผู้ป่วยจำนวน 4 เตียง เป็นผู้ป่วยอายุรกรรมโรคหลอดเลือดสมองตีบ ต่อมาเพิ่มเป็น 6 เตียง โดยเปิดรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแตกร่วมด้วย รับผู้ป่วยได้ประมาณ 300-350 รายต่อปี เพื่อตอบสนองต่อการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคทางระบบประสาทอื่นๆ ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดและเฉพาะด้าน จากทีมแพทย์และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ คณะแพทยศาสตร์ มช.จึงได้พัฒนาปรับปรุงหอผู้ป่วยวิกฤตโรคหลอดเลือดสมองและระบบประสาท เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยด้วยกลุ่มโรคดังกล่าวให้ดีขึ้น รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลผู้ป่วยให้มากขึ้น
โดยมีเตียงสำหรับรับผู้ป่วยเพิ่มจาก 6 เป็น 12 เตียง มีระยะห่างระหว่างเตียงตามมาตรฐาน เพื่อลดอัตราการติดเชื้อ มีการแบ่งส่วนของผู้ป่วยให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เช่น ห้องน้ำ ไฟฟ้า ปุ่มกดเรียก
เจ้าหน้าที่และมีห้อง Neuro monitoring รวมถึงมีห้องแยกสำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อดื้อยาอีกด้วย ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและระบบประสาทอื่นๆ มีผลลัพธ์การดูแลรักษาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยการปรับปรุงในครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและระบบประสาทให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
“ผมเชื่อมั่นในคำว่า Give life to Receive life. ให้ชีวิต ได้รับคุณค่าของชีวิต เพื่อผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตปกติที่สุด มีข้อมูลจากการวิจัยพบว่า อัตราเกิดโรคหลอดเลือดสมอง 75.9% ถือว่าสูงมาก จากปัจจัยของการใช้ชีวิต ทั้งการนอน ความเครียด และฝุ่น PM2.5 ซึ่งที่ผ่านมา
หอผู้ป่วยวิกฤตสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยกว่า 5,000 คน เมื่อปรับปรุงและมีอุปกรณ์ครบครันจะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือชีวิตประชาชนได้มากขึ้น”
โอกาสนี้ นายสุรพล ทวีเลิศนิธิ และครอบครัว ซึ่งมอบเงินจำนวน 31 ล้านบาท ในการปรับปรุงหอผู้ป่วยทั้งสองส่วน เดินทางมาร่วมการแถลงข่าวและเยี่ยมชมหอผู้ป่วยที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว


