เตือน 4 จว.’ชัยนาท-สิงห์บุรี-อ่างทอง-อยุธยา’ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อย่าเพิ่งยกของลงจากที่สูง เจ้าพระยาระบายน้ำเพิ่มเพื่อรับน้ำเหนือจากฝนที่ตกหนัก ชาวชัยนาทโอด น้ำขึ้นเร็วมาก 10 ซม. ใน 6 ชม. 400 ครอบครัวอพยพอยู่เพิงบนถนน
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำลุ่มภาคกลาง ล่าสุดตรวจสอบน้ำเหนือที่ไหลเข้าเขื่อนฯ ที่จุดวัดน้ำ C2 หน้าค่ายจิรประวัติ อ.เมืองนครสวรรค์ ปริมาณน้ำเหนือกลับมามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากฝนที่ตกหนักในพื้นที่ตอนบน ล่าสุดวัดได้ 2,776 ลบ.ม./วิ โดยระดับน้ำเหนือยกตัวขึ้น 47 ซม.ในรอบ 24 ชม. วัดได้ 16.81 ม.รทก. ทางเขื่อนเจ้าพระยาได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเดิม 2,300 ลบ.ม./วินาทีขึ้นไปที่เกณฑ์ 2,400 ลบ.ม./วินาที เพื่อรองรับมวลน้ำเหนือระลอกใหม่ โดยระดับน้ำท้ายเขื่อนยกตัวขึ้น 23 ซม. ใน 24 ชม. วัดได้ 15.70 ม.รทก. มีผลให้พื้นที่ท้ายเขื่อนตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ลงไป จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง และจ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำจะยกตัวขึ้น 10-30 ซม.ใน 24 ชม.ข้างหน้า จึงเตือนพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนยังไม่ควรย้ายของลงจากที่สูง และควรติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดต่อไป

ทีมข่าวลงพื้นที่ ต.ตลุก ซึ่งอยู่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา มีบ้านเรือนประชาชนออกนอกคันกั้นน้ำ ถูกน้ำท่วมขังมานานกว่า 1 เดือน ล่าสุดชาวบ้านบอกว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามาจนถึงสายๆ วันนี้ น้ำขึ้นเร็วมาก ประมาณ 10 ซม.ในช่วง 6 ชม. ส่วนระดับน้ำที่ท่วมขังมีความสูงตั้งแต่ 30-150 ซม.ยังต้องใช้เรือในการเข้าออกต่อไป

โดยภาพรวมล่าสุดที่จุดอพยพหนีน้ำท่วมทางหลวงชนบท ชัยนาท3018 คันคลองมหาราช มีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ 3 ตำบลท้ายเขื่อนคือ ต.ตลุก ต.หาดอาษา และ ต.โพนางดำออก อพยพหนีน้ำขึ้นมาสร้างเพิงพักชั่วคราวอยู่บนถนนจำนวนกว่า 400 ครอบครัว ซึ่งทางเทศบาลตำบลโพนางดำออกได้ระดมเครื่องสูบน้ำพญานาคซิ่งทำการสูบน้ำที่ขังในแอ่งกระทะเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านแบบตลอด 24 ชม.

ขณะที่ข้อมูลจาก ปภ.จังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า จ.ชัยนาท มีพื้นที่น้ำท่วม 1 อำเภอคือ อ.สรรพยา ซึ่งอยู่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จำนวน 5 ตำบล 25 หมู่บ้าน 1,759 ครัวเรือน มีผู้ประสบภัยทั้งสิ้น 4,750 คน


