พิจิตรอ่วม แม่น้ำยมอำเภอสามง่ามเพิ่มสูงขึ้นอีก จนท.เทศบาลตำบลสามง่าม เร่งอพยพอีก 3 ครอบครัวมาพักอาศัยที่ศูนย์พักพิง วัดบางคลานถูกน้ำท่วม ขณะที่ชายวัย 81 ขับกระบะตกข้างทาง เหตุมองไม่เห็นถนนน้ำท่วม สสจ.พิจิตรเผย น้ำเน่า โรคน้ำกัดเท้า เร่งแจกจ่ายยา
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่จ.พิจิตร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถึงแม้กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่าฝนเริ่มลดลงก่อนจะเข้าสู่ฤดูหนาวในอีก 1-2 สัปดาห์นี้ แต่สถานการณ์แม่น้ำยมที่ไหลผ่านอำเภอสามง่าม ยังมีระดับน้ำสะสมเพิ่มสูงขึ้นอีก หลังฝนตกลงมาในพื้นที่ติดต่อกันหลายวัน และมีมวลน้ำจากทุ่งบางระกำโมเดล จังหวัดพิษณุโลก รวมทั้งมีน้ำทุ่งไหลสมทบเข้ามาจำนวนมาก ทำให้เทศบาลสามง่าม เจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมบ้านสูงไม่สามารถอยู่อาศัยได้ 3 ครอบครัว พร้อมขนย้ายสิ่งของไปไว้ที่ศูนย์พักพิงของเทศบาลตำบลสามง่ามเป็นการชั่วคราว

โดยนายมนัส ธนกุลวิโรจน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสามง่าม เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมปีนี้ถือว่ารุนแรงมาก แม้ไม่เท่าปี 2554 แต่กินพื้นที่ความเสียหายมากกว่าปี 2554 ขณะนี้มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 1,000 ครอบครัว และต้องอพยพไปที่ศูนย์พักพิง จำนวน 3 ครอบครัว โดยเทศบาลตำบลสามง่าม ได้ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ โดยมอบถุงยังชีพไปจำนวน 2 รอบแล้ว และนำรถอีแต๋นมาคอยบริการรับส่งประชาชนที่ได้รับผลกระทบในการเข้าออกหมู่บ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า นายสำราญ แคะลิ้ม วัย 81 ปี ขับรถยนต์กระบะ ไปขายสินค้าที่ตลาดนัด ขับผ่านถนนเส้นที่ถูกน้ำท่วมเมื่อเวลา 05.00 น และเกิดมองไม่เห็นผิวการจราจร ทำให้รถยนต์กระบะตกลงไปข้างทาง
ทั้งนี้เจ้าตัว เล่าวว่า ขับมาช่วงกลางคืน สายตาไม่ดี มองไปทางไหนก็เห็นน้ำขาวไปหมด จึงได้ตกลงไปในท้องร่อง โดยต้องเอาชีวิตรอดด้วยการปืนออกมาทางกระจกประตูรถ ไม่สามารถเปิดประตูรถได้จากแรงดันน้ำท่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางด้านเทศบาลสามง่าม ได้ดึงรถของลุงสำราญขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย พร้อมทำแนวกั้นถนนให้ประชาชนที่ใช้เส้นทางผ่าน มองเห็นเส้นทางการจราจรและผ่านด้วยความปลอดภัย เนื่องจากแม้จะมีน้ำท่วมไหลแรง แต่ประชาชนก็ยังมีความจำเป็นที่ต้องผ่านเส้นทางดังกล่าว

ขณะที่อำเภอโพทะเล ตำบลบางคลาน ได้เกิดมวลน้ำยมที่มีระดับสูงไหลบ่าเข้าแม่น้ำพิจิตร ซึ่งแม่น้ำยมกับแม่น้ำพิจิตรห่างกันประมาณ 400 เมตรไหลทะลักเข้าท่วมบริเวณวัดหิรัญญาราม หรือวัดบางคลาน ที่ประดิษฐานหลวงพ่อเงิน พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง โดยมวลน้ำได้ไหลเข้าท่วมสะพานข้ามวัดฝั่งกุฏิสามฤดู ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ และไหลท่วมศาลาทรงไทย ซึ่งใช้เป็นที่ประกอบศาสนกิจและทำบุญพิธีต่างๆ สูงกว่า 30-40 ซม. และไหลท่วมบริเวณด้านหน้าพระอุโบสถ และวิหารหลวงพ่อเงิน ซึ่งคณะกรรมการวัด ได้เร่งสูบน้ำออกจากแนวกระสอบทรายเพื่อให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวได้เดินทางมากราบไหว้หลวงพ่อเงินได้ปกติ โดยเข้าได้ทางสะพานเหนือเท่านั้น

ด้านนายแพทย์วิศิษฏ์ อภิสิทธิ์วิทยา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิจิตร ได้ให้ข้อมูลสำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพิจิตรว่า ขณะนี้สถานการณ์ในลุ่มแม่น้ำน่าน ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง จะเหลือเพียงในพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่วนสถานการณ์แม่น้ำยมถือว่ายังหนัก 5 อำเภอ คืออำเภอสามง่าม วชิรบารมี โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และอำเภอโพทะเล โดยมวลน้ำที่ท่วมขังมายาวนานบางพื้นที่กว่า 2 เดือน และบางพื้นที่กว่า 1 เดือน ซึ่งน้ำที่ท่วมในหมู่บ้านและชุมชนดังกล่าวเริ่มมีสีเขียว ดำคล้ำเริ่มเน่า ซึ่งทำให้เกิดโรคน้ำกัดเท้ากับชาวบ้านจำนวนมากเพราะชาวบ้านต้องสัมผัสกับน้ำมายาวนาน รวมทั้งต้องเผชิญกับสัตว์ แมลงมีพิษต่างๆกัดต่อยจำนวนมาก อีกทั้งโรคอื่นๆที่มากับน้ำท่วมต่างๆถือว่าเยอะมาก โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร ได้ระดมยาเวชภัณฑ์ต่างๆ จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ตรวจรักษาแจกจ่ายยาตามบ้านที่อยู่อาศัยเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอีกทั้งไม่ต้องออกมาจากหมู่บ้านเพื่อมาพบแพทย์หรือหาซื้อยาต่างๆ


