ปชช. วางรองเท้าต่อคิวยาว รอลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส แน่นแบงก์ ดีใจระบบไม่ล่ม เชื่อกระตุ้นศก.รากหญ้า
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่ จ.ชัยภูมิ บรรยากาศการเปิดลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ซึ่งเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนวันนี้เป็นวันแรก พบว่าประชาชนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าดีใจ พร้อมระบุว่าระบบการลงทะเบียนผ่านแอพพ์เป๋าตังในครั้งนี้ ถือว่าดีขึ้นมากไม่ล่มเหมือนครั้งก่อน ที่ต้องใช้เวลาลงทะเบียนนานมาก และหลังจากนี้ชาวบ้านก็มีความหวังที่เป็นผู้ที่ได้รับสิทธิเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.-31 ธ.ค.68 เวลา 06.00-23.00 น.เป็นต้นไป จะสามารถมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการจับจ่ายในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ได้มากขึ้นตามมาได้บ้าง

ซึ่งเจ้าของร้านค้าขับรถ จยย.พ่วงเร่ขายของในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ที่ได้เข้าโครงการขึ้นทะเบียนร้านคนละครึ่ง และลงทะเบียนรับสิทธิ์คนละครึ่งในครั้งนี้ผ่านได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว กล่าวว่า อยากให้มีแนวทางออกมาช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนร้านค้าในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของโครงการคนละครึ่งมานานแล้ว หลังเมื่อช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ที่เศรษฐกิจซบเซามากขายของแต่ละวันรวมต้นทุนแทบขาดทุนมาตลอดแทบไม่มีรายได้เฉลี่ยต่อวันขายได้ไม่เกิน 500-1,000 บาท จากเดิมที่ผ่านมาและมีโครงการคนละครึ่งครั้งแรกเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่เคยสามารถค้าขายได้ต่อวันไม่น้อยกว่า 3,000-4,000 บาทต่อวัน และอยากให้มีรัฐบาลที่มีแนวทางออกมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจแบบนี้บ้างในช่วงเศรษฐกิจซบเซา แบบนี้เพื่อพอช่วยเหลือลดรายจ่ายปากท้องประชาชนในขณะนี้ลงได้บ้าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศตามอำเภอรอบนอกตัวเมืองโซนเศรษฐกิจของ จ.ชัยภูมิ ชาวบ้านแห่นำรองเท้ามาวางเรียงแถวจองคิว เพื่อรอเข้าคิวขึ้นทะเบียนคนละครึ่งพลัส กันเป็นแถวยาวเหยียดแน่นธนาคารกว่า 150 เมตร ที่บริเวณด้านหน้าธนาคารกรุงไทย อ.หนองบัวระเหว ตั้งแต่เช้า หวังให้เจ้าหน้าที่ช่วยโหลดแอพพ์เป๋าตัง และสแกนใบหน้า เพื่อลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัสในวันนี้เป็นวันแรกอีกจำนวนมาก
รวมทั้งในอีกหลายพื้นที่ตามธนาคารกรุงไทยสาขาต่างๆ ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ทั้งในเขต อ.จัตุรัส อ.ซับใหญ่ และใกล้เคียง อย่างคึกคักในทุกพื้นที่อีกจำนวนมาก

ซึ่งการลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.2568 วันเป็นวันแรกผู้ที่ผ่านเกณฑ์จะได้รับเงินสนับสนุน 2,000 บาทในส่วนที่ผู้ไม่อยู่ในระบบการแจ้งเสียภาษี และส่วนผู้ที่อยู่ในระบบแจ้งการเสียภาษาจะได้รับเงินสูงกว่าเป็นจำนวน 2,400 บาท และในตลอดระยะเวลาโครงการ ผู้ได้รับสิทธิต้องใช้จ่ายครั้งแรกผ่านแอพพ์เป๋าตัง ภายใน 11 พ.ย.2568 เวลา 23.00 น.ที่จะสามารถใช้จ่ายคนละครึ่งได้ไม่เกินวันละ 200 บาทต่อวัน ไม่เช่นนั้นจะถือว่าสละสิทธิไม่สามารถใช้เงินในระบบคนละครึ่งต่อไปได้
โดยโครงการคนละครึ่งพลัส ครั้งนี้ทางกระทรวงการคลัง ตั้งเป้าเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงปลายปี ระหว่างเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม 2568 ในจำนวน 20 ล้านคน/สิทธิ ภายใต้กรอบงบประมาณรวม 44,000 ล้านบาท โดยใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2569 และงบกลาง 19,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้จะเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม-ธันวาคม 2568 รวมระยะเวลา 2 เดือน

