หน้าแรก ภูมิภาค ร้านทำเล็บในป...

ร้านทำเล็บในปั๊มรายได้วูบ ลูกค้ายังขวัญเสีย เหตุจรวดเขมรเคยตกใส่ เผยส่วนใหญ่มาถ่ายรูปแล้วไป

21.10.25 | 15:35 น.

บาดแผลเศรษฐกิจชายแดน ร้านทำเล็บในปั๊ม ปตท.ถูกจรวดเขมรถล่ม รายได้วูบ เหตุสะเทือนขวัญยังหลอนลูกค้า


เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท.บ้านผือ ตำบลเมือง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเคยเกิดเหตุจรวด BM-21 จากฝั่งกัมพูชาตกใส่ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมัน จนเกิดระเบิดไฟลุกท่วม เสียหายทั้งหลัง และมีผู้เสียชีวิตรวม 7 ราย เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางความตื่นตระหนกของประชาชนในพื้นที่ชายแดน ทั้งนี้ ปั๊มน้ำมันดังกล่าวได้กลับมาเปิดให้บริการตามปกติ แต่บาดแผลทางจิตใจของชาวบ้านยังไม่หายสนิท โดยเฉพาะพื้นที่โดยรอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งบรรยากาศยังคงเงียบเหงา ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มที่เคยถูกจรวดตกใส่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างใหม่ เพื่อเตรียมเปิดดำเนินการในเร็วๆ นี้

บริเวณใกล้เคียงมีร้านบริการด้านความงามหลายแห่ง ทั้งร้านทำเล็บ ต่อขนตา สักคิ้ว และร้านเสริมสวย ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากจุดที่จรวดตกเพียงประมาณ 20 เมตร หนึ่งในนั้นคือร้านทำเล็บของ น.ส.นิตชิญา อายุ 34 ปี ที่กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งหลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย

Advertisement

น.ส.นิตชิญาเปิดเผยว่า กลับมาเปิดร้านได้ราว 2 เดือน หลังจากเหตุการณ์สงบ ก่อนเกิดเหตุร้านของตนมีลูกค้าเฉลี่ยวันละประมาณ 10 คน แต่หลังเปิดร้านใหม่ๆ ลูกค้าลดลงเหลือเพียงวันละ 1-2 คนเท่านั้น เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ยังคงหวาดกลัวว่าพื้นที่ดังกล่าวอาจไม่ปลอดภัย ตอนนี้คนที่แวะมาที่ปั๊มส่วนใหญ่จะมาถ่ายรูปมากกว่าจะมาใช้บริการ เหมือนมองว่าจุดนี้เป็นแลนด์มาร์กของเหตุการณ์มากกว่า แต่พอพูดถึงเรื่องทำสวย เขาก็เลือกไปทำที่อื่น เพราะรู้สึกว่าตรงนี้ยังเสี่ยง

น.ส.นิตชิญากล่าวอีกว่า แม้ผู้ให้เช่าจะยกเว้นค่าเช่าห้องแถวรายเดือนเพื่อช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อย แต่ตนยังต้องรับภาระค่าน้ำค่าไฟตามปกติ โดยเฉพาะย้อนหลัง 3 เดือน รวมถึงช่วงเดือนที่เกิดเหตุปะทะก็ไม่ได้รับการยกเว้น ยอดรวมกว่า 7,000 บาท บางวันมีลูกค้าแค่คนเดียว มาต่อขนตา ได้แค่ 399 บาท รายได้ลดลงมาก ต้องเลี้ยงดูลูก 2 คน เงินแทบไม่พอใช้

น.ส.นิตชิญากล่าวต่อไปว่า หลายคนมักถามว่าไม่กลัวหรือที่ยังกล้าเปิดร้านในจุดเสี่ยงเช่นนี้ ยอมรับว่ากลัว แต่ในเมื่อร้านอยู่ตรงนี้ บ้านอยู่ตรงนี้ ก็ต้องสู้ต่อไป เราหนีไม่ได้หรอก ต้องทำมาหากิน อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาความขัดแย้งชายแดนให้จบโดยเร็ว เพราะคนในพื้นที่ต้องใช้ชีวิตต่อ ต้องค้าขาย มีลูกต้องเลี้ยง ซึ่งต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรอบอย่างหนัก ประชาชนจำนวนมากยังไม่กล้าเดินทางมาซื้อของหรือใช้บริการในพื้นที่ แม้สถานการณ์จะสงบแล้ว แต่ความกลัวในใจของคนยังไม่หายไป