ทลายเครือข่ายรถเช่าเกาะพะงัน ยึดจยย.-รถยนต์ 40 คัน รวบผู้ต้องหา 7 คน นทท.ร้องถูกเจ้าของยึดพาสปอร์ต
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ตามนโยบายปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) ในช่วงระดมกวาดล้างอาชญากรรมในฐานความผิด 10 กลุ่มต้องห้ามภายใต้การนำของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สั่งการให้ พลตำรวจตรี กฤษณ์ วาฤทธิ์ รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ให้มีการบูรณาการตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน ฝ่ายปกครอง ตำรวจ สภ.เกาะพะงัน สืบ ภาค 8 นปภ กก.สส.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ตรวจคนเข้าเมืองเกาะพะงันในพื้นที่
เข้าตรวจสอบบริษัทให้บริการรถเช่าและห้องพัก พื้นที่หมู่ 1 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี หลังได้รับร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวว่าเดือดร้อนจากถูกบริษัทรถเช่ายึดหนังสือเดินทาง จนทำให้การท่องเที่ยวเกิดความล่าช้า จึงนำไปสู่การตรวจสอบและจับกุมตัวผู้กระทำความผิด 7 คน
มีนายวาเลรี (สงวนนามสกุล) สัญชาติรัสเซีย อายุ 39 ปี ข้อหาให้บริการเช่ารถ นายเมียว (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี แข้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานช่าง นางโย โย อายุ 39 ปี นางซิน อายุ 34 ปี นายซอ โก สัญชาติ อายุ 31 ปี นายลิน ทั้งหมดสัญชาติ เมียนมา อายุ 24 ปี แจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานช่าง และ น.ส.ธัญญ์ญานิช (สงวนนามสกุล) สัญชาติไทย อายุ 39 ปี แจ้งข้อหา “ร่วมกันประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต” ยึดรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ของกลางเกือบ 400 คัน จะต้องขยายผลตรวจสอบที่มาของรถเหล่านี้

รายงานว่าจากการสอบสวนเบื้องต้น มีข้อมูลที่มาของรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ของกลาง ที่ตรวจยึดได้ อาจมีความเชื่อมโยงกับกรณี รถจักรยานยนต์หายหลายครั้งในพื้นที่ เนื่องจากหนึ่งในชาวเมียนมาที่จับกุมให้การว่า รับซื้อรถจักรยานยนต์จากเพื่อนชาวเมียนมา ในราคาไม่กี่พันบาท
นอกจากให้บริการรถเช่าแล้ว บริษัทนี้ยังเปิดให้บริการห้องพักรายวัน แต่เมื่อตรวจคนไทยที่สอบไม่พบใบอนุญาตประกอบการธุรกิจโรงแรม อู่ซ่อมรถแต่อย่างใด จึงแจ้งความดำเนินคดี เมื่อตรวจสอบข้อมูลการดำเนินการ พบว่าจดทะเบียนเป็นบริษัทมีผู้ถือหุ้น 2 คน คือคนไทยพบขณะเข้าตรวจสอบ ซึ่งรับสารภาพว่า มีรายชื่อผู้ถือหุ้น แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงทุน แต่ทำหน้าที่เป็นพนักงานดูแลภายในร้าน ส่วนผู้ถือหุ้นอีกส่วน เป็นชาวต่างชาติชาวรัสเซีย มีข้อมูลว่า ขณะนี้อยู่อาศัยที่ จ.ภูเก็ต และเป็นนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในหลายพื้นที่ ทาง สภ.เกาะพะงัน จะต้องตรวจสอบเชิงลึก ว่าเข้าข่ายธุรกิจนอมินีหรือไม่
รายงานว่าการเข้าตรวจค้นจับกุมครั้งนี้ ถือเป็นเครือข่ายธุรกิจรถเช่าของชาวรัสเซียที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะพะงัน เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการสืบสวนขยายผลนานกว่า 4 เดือน จึงนำมาสู่การตรวจต้นและจับกุม

