สาวอุดร ผวา แก๊งทวงหนี้โหด บุกบ้านจี้ยึดจยย. ซ้ำยื่นข้อเสนอร่วมหลับนอน 5 ครั้ง แลกได้รถคืน
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 22 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่ง ในตำบลโพนงาม อ.หนองหาน จ.อุดรธานี พบกับ น.ส.แพร อายุ 25 ปี หลังได้รับการร้องเรียน มีกลุ่มชายฉกรรจ์ 4 คน ผู้หญิง 6 คน เข้ามาในบ้าน แล้วชักปืนออกมาข่มขู่เพื่อทวงหนี้ นายบาส อายุ 19 ปี น้องชาย 9,000 บาท ที่ติดหนี้ แต่น้องชายไม่อยู่บ้าน กลุ่มชายฉกรรจ์ได้ยึดเอารถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า R15 สีเทาดำ ของตนไป เหตุเกิดเวลา 22.20 น. วันที่ 17 ตุลาคม 2568 จึงได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดในบ้านไปแจ้งความที่ สภ.หนองหาน คดียังไม่คืบหน้า อีกทั้งกลุ่มชายฉกรรจ์ยังได้โทรศัพท์มาชักชวนให้ไปร่วมหลับนอนแลกกับได้รถคืน ทำให้หวาดกลัว จึงได้ร้องสื่อมวลชน
น.ส.แพร เล่าว่า วันเกิดเหตุ มีหมอลำในหมู่บ้าน ตนออกไปกินข้าวนอกบ้าน กลับมาประมาณ 4 ทุ่ม อยู่ในบ้านกำลังจะปิดบ้านนอน แต่ได้มีชายฉกรรจ์ 4 คน และผู้หญิงสาว 6 คน เข้ามาบ้านตน ผู้ชายสวมเสื้อยืดแดง ตัดผมเกรียน ทราบชื่อภายหลังว่านายบุญทุ่ม อายุประมาณ 35 ปี ชาวบ้านหนองกุง บุกเข้าไปในห้องนอน เอาปืนมาจี้ตนถามหานายบาสน้องชายของตน ก็ตอบว่าไม่รู้เพราะอยู่คนละบ้าน แล้วสั่งให้โทรหาน้อง แต่น้องก็ไม่รับสาย คาดว่าน้องชายพาเมียไปดูหมอลำ จากนั้นนายบุญทุ่มก็ได้เดินไปสอบถาม น.ส.แพม พี่สาวคนโตที่ยืนอยู่ข้างรั้วบ้านติดกัน เสร็จแล้วก็มาบอกตนว่า ให้เอาเงินที่ค้างไว้ไปจ่าย ก่อนยึดรถจักรยานยนต์ของตนขี่ออกไป พร้อมกับยิงปืนขึ้นฟ้า 2 นัด

น.ส.แพร เล่าต่อว่า ตนไม่รู้ว่าน้องไปเป็นหนี้อะไร ประมาณ 8-9 พันบาท หลังจากมายึดรถของตนไปแล้ว ก็มีลูกน้องนายบุญทุ่ม ส่งข้อความมาว่า ให้หาเงินมาไถ่รถ ถ้าไม่มาไถ่จะเอาไปแลกยา “เป็นหนี้เขาแล้วยังเสือกเว้าใหญ่อีก เอายาเขามาแล้ว ยังไม่จ่ายเขา แล้วแบบนี้จะมาเรียกร้องอะไรจากสังคม” และเมื่อวานนี้ ยังส่งข้อความมาบอกตนว่ามีข้อเสนอหากอยากจะได้รถคืนให้ไปนอนกับลูกพี่ 5 ครั้งจะได้รถคืน และส่งข้อความเสียงมาว่า “อ้ายบอกว่าถ้าแพรนอนกับแก 5 ครั้ง แพรก็เอารถคืนไปได้เลย เป็นข้อเสนอของลูกพี่ให้แพรคิด ถ้าแพรตกลงจะเอารถมาจอดให้เลย” ตนก็ยังไม่ตอบกลับไป เพราะไม่กล้าตอบ
“พอเพื่อนมาจึงได้ปรึกษากัน ตนจึงได้ตอบข้อความไปว่า ให้เอารถมาจอดให้เห็นก่อน แต่เขาก็อ่านแต่ไม่ตอบ ซึ่งนายบุญทุ่ม เป็นชาวตำบลโพนงาม และยังติดกำไร EM อยู่ที่ข้อเท้า หลังเขาเสนอให้ตนไปนอนกับนายบุญทุ่ม ตนก็ไม่ตอบอะไร เขาบอกว่าถ้าไม่เอาเงินมาไถ่จะนำรถไปแลกยา ตนบอกว่าอยากทำอะไรก็ทำเลย เพราะตนสู้ไม่ได้อยู่แล้ว จะไปตามหารถ ก็ไม่รู้ว่าจะไปตามได้ที่ไหน”

น.ส.แพม อายุ 28 ปี พี่สาวคนโต เล่าว่า ได้คุยกับนายบุญทุ่ม ซึ่งมาขู่จะมาเอารถของน้องสาว ซึ่งตนบอกว่าสิ้นเดือนตนจะเอาเงินให้ แต่นายบุญทุ่มไม่ยอม บอกว่าน้องชายเป็นหนี้ 9000 บาท ตนบอกว่าจะจ่ายให้ 5000 บาท เพราะน้องขายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีขาวให้ พอดีลูกชายขี่รถออกไปจึงรอดไม่ถูกยึด แต่นายบุญทุ่มก็ไม่ยอม มาแล้วก็เอาอะไรกลับไปให้ได้ ตนเห็นนายบุญทุ่มก่อนน้องสาว เพราะว่าตนเปิดกล้องวงจรปิดดู แบบลับๆ ล่อๆ มาเปิดกุญแจรถน้อง เขาเข้ามาเหมือนบุกรุกเลย แล้วเขาก็ขี่รถไป น้องสาวก็ร้องตามรถ เห็นว่าเสนอให้น้องสาวไปนอนด้วย 5 ครั้งจะให้รถคืน ตนรู้สึกตกใจก็บอกและเตือนน้องสาวไม่ให้ไปยุ่งกับคนพวกนี้ มันไม่เกรงกลัวใคร
ส่วนนายบาส อายุ 19 ปี น้องชาย เล่าว่า ตนเป็นหนี้ชาวลาว 2 หมื่นบาท ตนเอายาบ้ามาขาย แต่จ่ายเงินไม่หมด และยาบ้าก็หมดแล้ว เพราะเอายาบ้าให้เด็กไปขาย สั่งยาบ้ามาขายครั้งแรก แต่คนมาทวงหนี้ตนไม่รู้จัก ไม่เคยพูดจากันเลย ได้ยินแต่ชื่อแต่หน้าตาไม่รู้จัก และเคยเอาปืนมาจี้เพื่อนตนให้พามาหาตนที่บ้าน แต่ตนไม่อยู่บ้าน ตนเห็นคนมาทวงหนี้วันที่มาเอารถของพี่สาวไป แล้วยิงปืนขนาด .22 ขึ้นฟ้า 2 นัด พร้อมกับจุดประทัดอีก10 กว่านัด พวกเขาบอกให้ตนทักมา ทุกวันนี้ตนยังเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แค่เสพเท่านั้น เพราะตำรวจได้เตือนไว้ว่าถ้าไม่เลิกจะโดนจับอีก ซึ่งตนก็พยายามไม่ยุ่งเกี่ยว ส่วนชาวลาวที่ตนค้างค่ายา ตนรู้จักเพราะชาวลาวได้ทักมาหาตนเอง


