นายกเทศบาลหัวเวียง ฝากรัฐบาลพิจารณาเยียวยาช่วยเหลือน้ำท่วมตามสภาพพื้นที่ความจริง ยกเลิกเหมาจ่าย9,000 บาท
วันที่ 23 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วม ที่จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่าปริมาณน้ำไหลเข้าเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเริ่มลดลง แต่เขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนในอัตรา 2,500 ลบ.ม./วินาที ยังส่งผลทำให้ชุมชนที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้อย คลองสาขาต่างๆ น้ำยังท่วมสูง 2-3 เมตร ระดับน้ำทรงตัว
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสรุปภาพรวมพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาน้ำท่วมแล้ว 12 อำเภอ 3 ตำบล 933 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 52,548 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 11 ราย

นายธเนศ สนธิ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่าพื้นที่ของเทศบาลตำบลหัวเวียง ชาวบ้านถูกน้ำท่วมมา 3 ครั้ง ในปีนี้ อยู่กับน้ำท่วมมา 3 เดือนกำลังย่างเข้าสู่เดือนที่ 4 น้ำท่วมสูง 3-4 เมตร อยู่กันด้วยความทุกข์ทรมาน เครียด อดทน จากการที่มติของครม. อนุมัติเงินช่วยเหลือเยียวยาน้ำท่วม ครัวเรือนละ 9,000 บาท แบบเหมาจ่าย ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ในหลักเกณฑ์ มีอยู่ข้อหนึ่งระบุว่า เป็นครัวเรือนที่น้ำท่วม เกิน 7 วันขึ้นไป เสียงสะท้อนของชาวบ้านที่อยู่กับน้ำท่วมมานาน 4 เดือน น้ำท่วมสูง 3-4 เมตร เทียบกับครัวเรือนที่น้ำท่วม 7 วัน 10 วัน ได้เท่ากันตนเองคิดว่ารัฐบาลควรแบ่งจ่ายกันแบบขันบันได ให้สอดคล้องกับสภาพของพื้นที่น้ำท่วมระยะเวลาของน้ำท่วม เลยเสนอผ่านรัฐบาลไปเมือน้ำท่วมปี 2565 และถูกยกเลิกไป

นายธเนศ กล่าวว่า รัฐบาลควรมองให้เห็นความยากลำบากของชาวบ้านก่อน การใช้ชีวิตน้ำท่วมบ้านถึงพื้นบ้าน ถึงขอบหน้าต่างบ้าน ถนนในชุมชนรถยนต์ใช้ไม่ได้ บางบ้านขาดรายได้ประกอบอาชีพไม่ได้เพราะ ถูกน้ำท่วม 3-4 เดือนขาดรายได้ ควรเยียวยาตามเหตุผลความเดือดร้อนมากน้อยแค่ไหน คิดให้รายเดือนบ้านไหนพื้นที่ไหนน้ำท่วมเป็นเดือนๆ ขอฝากรัฐบาลนำไปพิจารณาปรับระเบียบการพิจารณาความช่วยเหลือ

