หัวโจกลักตู้เซฟ กราบขอโทษปธ.สอท.ใต้ รับสารภาพ แต่ให้การวกวน ไม่รู้เงินสด-ทรัพย์สินที่เหลืออยู่ไหน
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ตำรวจ สภ.สิเกา จ.ตรัง พร้อมด้วยชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตรัง คุมตัวนายศราวุฒิ หรือนายเอ อายุ 41 ปี ชาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านตันเฮงชวน หมู่ 4 ต.นาเมืองเพชร อ.สิเกา จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านของนายอดิศร ตันเฮงชวน ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ หลังร่วมกับพวกคือ นายนุชพงศ์ หรืออ้น อายุ 31 ปี เพื่อนคู่หูที่ถูกตำรวจจับกุมไปได้แล้วก่อนหน้านี้ เข้าไปลักทรัพย์เป็นตู้เซฟภายในบ้านหลังดังกล่าว ได้ทรัพย์สินไปกว่า 10 รายการ ประกอบด้วย 1.เงินสด จำนวน 2,830,000 บาท 2.สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท 1 เส้น, 3 บาท 1 เส้น 3.แหวนเพชร จำนวน 2 วง ราคา 1,200,000 บาท 4.พระเครื่องหลวงปู่ทวด 2497 เลี่ยมทอง มูลค่า 800,000 บาท พระเลี่ยมทองอื่นๆ จำนวน 8 องค์ มูลค่า 1,200,000 บาท และรายการอื่นๆ เช่น 1.นาฬิกาโรเล็กซ์ 1 เรือน 2.นาฬิกาข้อมือ 2 เรือน แหวนพลอยล้อมเพชร 1 วง มูลค่า 500,000 บาท รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท เหตุเกิดเวลาประมาณ 03.07 น. ของคืนวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งภาพวงจรปิดที่มีทั่วบ้านจับภาพทั้ง 2 คนไว้ได้ เป็นหลักฐานแกะรอย จนสามารถติดตามจับกุมได้ในที่สุด

โดยนายเอได้ถูกชุดสืบสวน ภ.จว.ตรัง จับกุมได้เมื่อวานนี้ (22 ต.ค.) ขณะพยายามขับเรือหลบหนีออกทางทะเลจากเกาะลันตาโดยไม่มีจุดหมาย ซึ่งเรือลำดังกล่าวผู้ต้องหาซื้อใหม่ด้วยเงินจากตู้เซฟของผู้เสียหาย จำนวน 99,000 บาท แต่ระหว่างหลบหนีลอยลำในทะเล ปรากฏว่าเจอคลื่นลมแรง ต้องนำเรือเข้าฝั่งหลบคลื่นลมในพื้นที่ ต.บ่อหิน อ.สิเกา จนถูกตำรวจตามจับกุมได้ในสภาพผอมโซ อดอาหารมาร่วม 2 วัน และพบในเรือมียาบ้ารวมกว่า 100 เม็ด ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
โดยวันนี้ (23 ต.ค.68) ได้มีการทำแผน ซึ่ง พล.ต.ต.ภาสกร ภักดีวานิช ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ไปติดตามการทำแผนด้วยตัวเองอย่างละเอียด โดยนายเอได้ลอบเข้าบ้านเพียงลำพังก่อน เพื่อไปตรวจสอบทรัพย์สินในบ้าน เมื่อพบตู้เซฟจึงไปตามนายอ้นมาช่วยหาม ซึ่งระหว่างทำแผนผู้ต้องหาได้ก้มกราบนายอดิศรเพื่อเป็นการขอขมาด้วย แต่เมื่อเจ้าทรัพย์และตำรวจได้พยายามซักถามทรัพย์สินที่ยังไม่ได้คืน โดยเฉพาะพระเครื่อง ทั้งพระสมเด็จและหลวงปู่ทวด แต่ผู้ต้องหาให้การวกวน ในลักษณะพูดไม่ตรงกันทุกครั้ง บางช่วงไม่มีคำตอบและมีสีหน้าเรียบเฉย

โดยนายเอระบุว่า ทรัพย์สินที่หายไปตนเอาไปซ่อนบ้านภรรยา แต่ไม่ทราบว่าไปได้อย่างไร ก่อนจะหลบหนีด้วยเรือที่ซื้อมาได้ 2 วัน ก่อนถูกตำรวจจับ ส่วนเงินสดที่ได้ไป 1 ล้านกว่าบาทหลังจากได้แบ่งกับนายอ้น ตำรวจยึดคืนมาได้แค่ 33,000 บาท และซื้อเรือไป 1 ลำ ราคา 99,000 บาท ฝากขอโทษผู้เสียหายด้วย โดยนายเอให้การวกวน ไม่ยอมบอกว่าเงินสดส่วนที่เหลืออยู่ที่ไหน เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน
ด้าน พล.ต.ต.ภาสกร ภักดีวานิช ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ตรัง กล่าวว่า ตั้งแต่วันเกิดเหตุผ่านไปเพียง 2 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับผู้ต้องหาคนแรกได้ และสืบทราบว่าผู้ต้องหาคนที่เหลือคือนายเอได้หลบหนีไปกบดานที่ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ และหลบหนีอยู่ในแถบชายทะเล จนสามารถจับกุมตัวได้เมื่อวานนี้พร้อมทรัพย์สินส่วนหนึ่ง ส่วนทรัพย์สินที่เหลือที่นายเอไปฝากไว้กับบุคคลอื่น โดยหลังจากนี้จะมีการขยายผลเพิ่มเติม เพราะผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คน ได้ก่อเหตุในเขต อ.เมืองตรัง ด้วย และได้มีการออกหมายจับเพิ่มเติมแล้ว จำนวน 2 คดี ส่วนคดีอื่นๆ อยู่ในขั้นตอนตรวจลายนิ้วมือ โดยผู้ต้องหาเท่าที่ตรวจสอบย้อนหลังมีคดีเกี่ยวกับยาเสพติดติดตัว พฤติกรรมการก่อเหตุของคนร้ายเลือกก่อเหตุในบ้าน 2 ชั้น ซึ่งเป็นแผนประทุษกรรมแบบซ้ำๆ เพราะหลักฐานจากกล้องวงจรปิดบ้านหลังอื่นก็เหมือนกัน เป็นลักษณะรื้อหาทรัพย์สินง่ายๆ ในบริเวณบ้านชั้นล่าง เพื่อหลีกเลี่ยงการพบกับคนในบ้าน ทรัพย์สินที่ได้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับบ้านแต่ละหลัง ยืนยันตำรวจยังต้องขยายผลต่อเพื่อติดตามทรัพย์สินให้ได้มากที่สุด โดยทรัพย์ที่ยึดได้มาแล้ว ครั้งแรกได้ทรัพย์สินกลับมา 7 แสนบาท และเมื่อวานนี้ได้ 30,000 บาท พระบางองค์และกรอบพระ ซึ่งเชื่อได้ว่าเงินสดน่าจะนำไปซื้อทรัพย์สินอื่น หรือฝากไว้กับญาติ ตำรวจกำลังติดตาม

ด้านนายอดิศร ตันเองชวน ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ ในฐานะผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนได้ตรวจทรัพย์สินแล้วพบว่าเงินสดหายไปประมาณ 1.8 ล้านบาท ทองคำ จำนวน 8 บาท และพระเครื่องหลวงปู่ทวดปี 2497 ยังคงหายไป ตลอดทั้งพระเครื่องสำคัญๆ ก็ยังไม่ได้กลับมา มีทั้งพระสมเด็จ จำนวน 2 องค์ จากที่ดูของกลางเมื่อวานนี้ได้ทองคำกลับมา 2 เส้น แหวน และกรอบพระทองคำที่พระถูกงัดออกไปแล้ว แม้ตนอยากได้พระสำคัญทั้ง 3 องค์กลับมา แต่ใจจริงแล้วอยากให้ตำรวจจับกุมคนร้ายให้ได้มากกว่า เพราะไม่ต้องการให้ไปก่อเหตุกับบุคคลอื่นอีก ตนขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมทุกนาย ตลอดทั้งฝ่ายปกครองทุกท่านที่แจ้งเบาะแส ตนก็ได้ติดตามให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคนมาตลอดเวลา 22 วัน ซึ่งในการจับกุมทุกคนต่างช่วยกันอย่างดี ทั้งการแจ้งเบาะแสต่างๆ เข้ามา ส่วนเรื่องของรางวัลนำจับ 1 แสนบาทนั้น ตนได้แจ้งไปยังนายบุญฤทธิ์ รัมภา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.บ่อหิน อ.สิเกา จ.ตรัง แล้วว่าเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยจะมอบรางวัลนำจับให้ที่ อ.สิเกา เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับฝ่ายปกครอง


