หน้าแรก ภูมิภาค น้ำนมดิบล้นตล...

น้ำนมดิบล้นตลาด กรมพัฒนาที่ดินรับซื้อ 27 ตันจากเกษตรกรโคราช ทำปุ๋ยน้ำนม

24.10.25 | 11:06 น.

กรมพัฒนาที่ดิน รับซื้อน้ำนมดิบ 27 ตันจากโคนมโคราช แก้วิกฤตนมล้นตลาดเพื่อผลิต “ปุ๋ยน้ำนม” ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกร

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในปี 2568 ได้เกิดวิกฤตขึ้นกับอุตสาหกรรมโคนมไทย โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมกว่า 15,000 ราย กำลังเผชิญปัญหานมดิบล้นตลาด สต็อกนม UHT ค้างกว่า 7 ล้านกล่อง มูลค่าความเสียหายนับร้อยล้านบาท และหนี้ค้างชำระจากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) สูงถึง 1,000 ล้านบาท แถมซ้ำเติมด้วยนโยบาย FTA ที่ทำให้นมผงนำเข้าจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ พุ่งสูงถึง 300% กดดันราคานมในประเทศ ขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้เกษตรกรจำนวนมากเลิกเลี้ยงโค ทำให้จำนวนโคนมลดลงเหลือ 5.5 แสนตัว และผลผลิตน้ำนมดิบเหลือเพียง 1 ล้านตันต่อปีเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการ 1.26 ล้านตัน เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจึงรวมตัวกันประท้วงขึ้นหลายครั้ง เช่น เทนมทิ้ง และชุมนุมใน จ.สระบุรี และ จ.นครราชสีมา เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก

ล่าสุด เช้าวันนี้ (24 ตุลาคม 2568) ที่สำนักงานพัฒนาที่ดิน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่ อ.ด่านขุนทด และ อ.สูงเนิน ได้นำรถบรรทุกน้ำนมดิบส่วนเกินโควตา จากกลุ่มสมาชิกสหกรณ์โคนมด่านขุนทดหลายคัน รวมน้ำนมกว่า 27 ตัน มาส่งมอบให้กรมพัฒนาที่ดิน เพื่อนำไปผลิตเป็นปุ๋ยพัฒนาดิน สูตรน้ำนม ภายหลังจากที่เกิดปัญหานมโคล้นตลาด ทางกรมพัฒนาที่ดินจึงได้รับซื้อนมโคจากสหกรณ์โคนมด่านขุนทด และฟาร์มโคนมรุ่งอรุณสูงเนิน เพื่อช่วยระบายนมโคที่ล้นตลาด บรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรในพื้นที่ โดยมีนายมารุต ชุ่มขุนทด คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ประสานงาน และติดตามการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่ ตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์

Advertisement

โดยนายศิริชัย พวกขุนทด ประธานสหกรณ์โคนมด่านขุนทด กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่กำลังเผชิญปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดอย่างรุนแรง เนื่องจากบริษัทเอกชนผู้รับซื้อ ได้ลดปริมาณการรับซื้อลงจากเดิม เฉลี่ยวันละกว่า 12 ตัน เหลือเพียงไม่ถึง 9 ตัน ทำให้มีน้ำนมส่วนเกินกว่า 3.5 ตันต่อวัน ที่ไม่มีตลาดรองรับ ปัญหานี้เกิดจากการที่บริษัทเอกชนหันไปใช้นมผงนำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ ประกอบกับเศรษฐกิจที่ซบเซา ทำให้ความต้องการบริโภคนมสดลดลง สหกรณ์ฯ จึงต้องรวบรวมผลผลิตส่วนเกิน มาส่งมอบให้กรมพัฒนาที่ดิน นำไปแปรรูปเป็นปุ๋ยพัฒนาดินสูตรน้ำนม ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรได้อย่างทันท่วงที และช่วยป้องกันไม่ให้น้ำนมต้องถูกเททิ้งโดยเปล่าประโยชน์ ทั้งยังเป็นแนวทางที่สร้างมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตส่วนเกิน ให้เกิดประโยชน์ต่อภาคเกษตรกรรม ซึ่งตนมองว่า การดำเนินการของภาครัฐในครั้งนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีในการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส และเกษตรกรทุกคนต่างรู้สึกขอบคุณที่ได้รับการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม

ด้านนายมารุต ชุ่มขุนทด คณะทำงาน รมว.เกษตรและสหกรณ์ (ที่ปรึกษา) กล่าวว่า วิกฤตน้ำนมดิบล้นตลาดในครั้งนี้ ถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมโคนมไทย ที่ได้รับผลกระทบจากการนำเข้านมผงราคาถูกตามข้อตกลงการค้าเสรีกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ทำให้ผู้ประกอบการหันไปใช้นมผงแทนน้ำนมดิบในประเทศเพื่อลดต้นทุน ส่งผลให้ปริมาณการรับซื้อน้ำนมลดลงจากเดิม เฉลี่ย 12 ตัน เหลือเพียงราว 8 ตันในหลายพื้นที่ รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้นโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จึงได้สั่งการให้กรมพัฒนาที่ดินเข้ารับซื้อน้ำนมส่วนเกินจากเกษตรกร เพื่อนำไปผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ “ปุ๋ย พด.” ซึ่งนับเป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

โดยกรณีที่ด่านขุนทดนี้ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนจากการรับซื้อน้ำนมกว่า 27 ตันมาผลิตเป็นปุ๋ย ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังอยู่ระหว่างการหารือ เพื่อหาแนวทางระยะยาวในการสร้างอุปสงค์เพิ่มสำหรับน้ำนมดิบภายในประเทศ เพื่อให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมสามารถดำรงอาชีพได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป