เคเคปาร์ค เจอบึ้มรอบ 4 ห่างจากชยแดนไทย 500 เมตร ชิ้นส่วนเหล็กปลิวว่อนตกฝั่งไทย มทภ.3 เผย ต่างชาติจ่อทะลักชายแดนอีกอื้อ เผยชาวอินเดีย แชมป์ขอข้ามแดน เตรียมหารือสมช.จัดพื้นที่รองรับ
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากชายแดนไทย เมียนมา จังหวัดตาก ถึงสถานการณ์การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือกลุ่มสแกมเมอร์ออนไลน์ ในพื้นที่เคเคปาร์ค แหล่งสแกมเมอร์ชื่อดังระดับโลก อ.เมียวดี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ตรงข้ามบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง ตำบลแม่กุ อ.แม่สอด ว่า การหนีออกมาของบุคคลต่างชาติยังคงมีต่อเนื่อง และกระจายออกไปตามแนวชายแดนจังหวัดตาก

ทั้งนี้ นอกจากเคเคปาร์คแล้ว ทำให้ชาวต่างชาติในพื้นที่อื่นเช่น พื้นที่ฉเวโก๊กโก่ พื้นที่สแกมเมอร์ขนาดใหญ่ ตรงข้ามบ้านวังผา ตำบลแม่จะเรา อ.แม่ระมาด และพื้นที่ไถ้ฉาง ตรงข้ามบ้านห้วยน้ำหนัก ตำบลวาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก ต่างหวาดผวากัน แม้ว่าจะมีทหารกะเหรี่ยง บีจีเอฟ. และทหารกะเหรี่ยง ดีเคบีเอ.คุ้มครองอยู่

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 17.25 น. วันที่ 26 ตุลาคม กองกำลังทหารพิทักษ์ชายแดน หรือ บีจีเอฟ. กะเหรี่ยงอาสาของทหารเมียนมา บก.ควบคุมพื้นที่ 2 บริเวณพื้นที่โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษจีน หรือ เคเคปาร์ค บ้านเอ่งจีเมี่ยง ได้ระเบิดทำลายอาคารสถานที่ดำเนินการเกี่ยวกับสแกมเมอร์ เป็นวันที่ 4 โดยเริ่มระเบิดมาตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 68 จนถึงวันที่ 25 ตุลาคม 68 ทั้งนี้ จุดระเบิดห่างจากแนวชายแดนไทย เมียนมา 500 กิโลเมตร โดยผลกระทบจากระเบิดครั้งที่ 4 มีภาพชิ้นส่วนคาดว่าน่าจะเป็นเหล็กกัลวาไนท์ จากอาคารฝั่งเมียนมาปลิวมาตกใส่ห้องน้ำชาวบ้าน และถูกใส่ลูกแล็คเสาไฟฟ้า ที่บ้านแม่กุใหม่ท่าซุง

พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ชาวต่างชาติจะทะลักมาฝั่งไทยอีก หากฝ่ายเมียนมามีการปราบปรามต่อไป ซึ่งได้เตรียมพื้นที่รองรับคนต่างชาติไว้แล้ว โดยปัญหาทั้งหมดจะนำเข้าไปสู่สภาความมั่นคงแห่งชาติ ในเรื่องของการดูแล การดำเนินการ รวมไปถึงงบประมาณ ที่ต้องใช้ ส่วนระเบิดที่เกิดขึ้นที่เคเคปาร์คเป็นเรื่องของฝ่ายเมียนมาวางระเบิดทำลาย และไม่ได้ใช้โดรนปฏิบัติการทางอากาศ จุดที่ระเบิดห่างจากชายแดน 500 เมตร เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปทำความเข้าใจกับประชาชนแนวชายแดนแล้ว และประชาชนรู้สึกอบอุ่น
สำหรับยอดชาวต่างชาติที่หนีเข้ามานั้น ทางศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดตาก และหน่วยเฉพาะกิจราชมนู อ.แม่สอด แจ้งว่า มียอดชาวต่างชาติในวันที่ 27 ตุลาคม 2568 เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 1,525 คน แบ่งเป็นชาย 1,275 คน หญิง 250 คน ชาวต่างชาติที่มีจำนวนมากอันดับ 1 คือ สัญชาติอินเดีย 482 คน, จีน 193 คน, ฟิลิปปินส์ 220 คน, เวียดนาม 135 คน, เอธิโอเปีย 133 คน และเคนย่า 102 คน


