มัลลิกา ตรวจมอเตอร์เวย์บางใหญ่-เมืองกาญจน์ ทดลองใช้ฟรี 24 ชม. เริ่มแล้ววันนี้ พร้อมเปิดเต็มรูปแบบม.ค.69
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นำคณะลงพื้นที่ตรวจราชการ ที่อาคาร CCB บริเวณด่านบางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อติดตามความพร้อมในการเปิดทดลองให้บริการ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 81 (M81) สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ซึ่งได้เปิดให้บริการแก่ประชาชนโดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันนี้
โดยมีผู้เข้าร่วมคณะลงพื้นที่ ได้แก่ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม,นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง, พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี, ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี, รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม,รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี และบริษัทร่วมลงทุนในการดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการ (BGSR 81), บริษัทที่ปรึกษาโครงการ และบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐานเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน และสะท้อนถึงการบูรณาการของทุกภาคส่วนในการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้ทางอย่างเต็มระบบ

นางสาวมัลลิกา กล่าวว่า วันนี้ได้รับมอบหมายจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มาลงพื้นที่ตรวจราชการ เพื่อติดตามความพร้อมการเปิดทดลองให้บริการฟรีทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ของโครงการมอเตอร์เวย์ M81 ซึ่งเป็นโครงข่ายยุทธศาสตร์ด้านคมนาคมที่สำคัญของประเทศที่จะเชื่อมโยงกรุงเทพมหานครและปริมณฑลไปสู่ภาคตะวันตก และเชื่อมต่อไปยังภาคใต้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดนนทบุรี นครปฐม ราชบุรี และกาญจนบุรี ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยจะมอบความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ในการเดินทาง และการคมนาคมแก่ประชาชน สามารถร่นระยะเวลาในการเดินทางจากถนนรัตนาธิเบศร์ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ถึง จ.กาญจนบุรี เดิมใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่งถึง 3 ชั่วโมง เหลือเพียงประมาณไม่ถึง 1 ชั่วโมง
น.ส.มัลลิกากล่าวว่า การเปิดทดลองให้บริการ ช่วงบางใหญ่-กาญจนบุรี ครบทุกด่านนี้ เป็นการเปิดให้รถทุกประเภทที่อนุญาตให้ใช้มอเตอร์เวย์สามารถเข้ามาใช้บริการได้ฟรี ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ผ่านมากรมทางหลวงได้ทดลองเปิดให้บริการตลอดเส้นทาง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 สรุปสถิติปริมาณจราจรเฉลี่ยมากกว่า 35,000 คัน/วัน และสูงสุดมากกว่า 50,000 คัน/วัน ในวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยโครงการนี้จะก่อให้เกิดผลประโยชน์ในการพัฒนาทางเศรษฐกิจกว่า 100,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความต้องการใช้เส้นทางของประชาชนได้เป็นอย่างดี

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันโครงการยังอยู่ในระหว่างการการก่อสร้าง พร้อมทั้งยังมีงานติดตั้งและทดสอบระบบต่างๆ จึงได้กำหนดให้มีการจำกัดความเร็วของยานพาหนะเพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยรถยนต์ รถกระบะ รถตู้ รถบรรทุก และรถบัสโดยสาร จำกัดความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนรถพ่วงจำกัดความเร็วไม่เกิน 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งในช่วงการเปิดทดลองให้บริการนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้กรมทางหลวง บริษัท บีจีเอสอาร์ 81 จำกัด ในฐานะเอกชนที่รับผิดชอบดูแลและบริหารจัดการมอเตอร์เวย์ M81 และทุกภาคส่วนในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ให้ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้ง ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด
นายปิยพงษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการดำเนินงานติดตั้งงานระบบ ภายใต้สัญญาการให้เอกชนร่วมลงทุนฯ หรือ PPP ในส่วนของการดำเนินงานและบำรุงรักษา หรือ O&M นั้น ปัจจุบันมีความคืบหน้า 98% โดยกรมทางหลวงได้เร่งรัดให้ บริษัท บีจีเอสอาร์ 81 ดำเนินการติดตั้งและทดสอบงานระบบส่วนที่เหลือ เพื่อเตรียมเปิดให้บริการแบบเต็มรูปแบบและเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง ภายในเดือนมกราคม 2569 ต่อไป

กระทรวงคมนาคมยังคงเดินหน้าผลักดันการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงตามยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงอย่างราบรื่นไร้รอยต่อสู่ภาคตะวันตกและภาคใต้ ตามนโยบายที่ยึดหลักเดินทางสะดวก ปลอดภัย ลดภาระประชาชน และวางรากฐานสู่ศูนย์กลางคมนาคมของภูมิภาค โดยมีแผนงานสำคัญในปี 2569 การก่อสร้างบนทางหลวงหมายเลข 338 ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายทางยกระดับบรมราชชนนี ช่วงพุทธมณฑลสาย 3 – พุทธมณฑลสาย 4 ตลอดจนการผลักดันโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 สายนครปฐม-ปากท่อ (M8) เชื่อมจังหวัดนครปฐม จังหวัดราชบุรี และจังหวัดสมุทรสงคราม เชื่อมไปสู่จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปัจจุบันกรมทางหลวงได้เสนอกระทรวงคมนาคมอนุมัติให้ดำเนินโครงการ โดยกระทรวงคมนาคมจะผลักดันโครงการฯ ให้ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ภายในเดือนมกราคม 2569 เพื่อให้เป็นไปตามแผนการดำเนินงานก่อสร้างในส่วนของงานโยธาที่จะเริ่มในปี 2570 วงเงินงบประมาณการก่อสร้างงานโยธาและการเวนคืนจัดกรรมสิทธ์ที่ดิน 54,562 ล้านบาท


