วันที่ 28 เมษายน 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการโพสต์คลิปวิดีโอลงเฟซบุ๊กบันทึกภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงพิษณุโลกขับรถยนต์ไล่ติดตามรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อบนถนนเส้นพิษณุโลก-อุตรดิตถ์ (ฝั่งขาล่อง) ที่ได้ขับรถพ่วงแหกด่านตรวจจุดบ้านท่างาม หมู่ 2 ต.วัดโบสถ์ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ซึ่งขับผ่านไปด้วยความเร็วสูง ถึงแม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะแสดงสัญญาณให้หยุดรถแล้วก็ตาม จึงเรียกวิทยุสกัดจับพร้อมประสานกับตำรวจพื้นที่ออกติดตามจับรถพ่วงคันดังกล่าวเป็นการด่วน เพราะอาจมีสิ่งผิดกฎหมายอยู่ภายในรถ แต่ว่าระหว่างขับรถไล่ติดตามจับกุมรถพ่วงได้ขับลักษณะส่ายไปมาน่าหวาดเสียว และเร่งเครื่องแซงรถยนต์ที่อยู่ข้างหน้าแบบปาดซ้ายปาดขวา อีกทั้งยังพยายามใช้ลูกพ่วงตบรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอีกด้วย
จนกระทั่งรถพ่วงขับผ่านเขต อ.เมืองพิษณุโลก มุ่งหน้าเข้าสู่ อ.วังทอง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังทอง ได้ตั้งจุดสกัดไว้รอ แต่รถพ่วงก็ขับฝ่าจุดสกัดไปอีกครั้ง ก่อนจะขับเลี้ยวขวามุ่งหน้าไปตามถนนเส้นวังทอง-สากเหล็ก แล้วหลบหนีไปตามเส้นทางถนนสายท่าหมื่นราม-เนินมะปราง จังหวะนั้นตำรวจทางหลวงพิษณุโลกพยายามขับเพื่อจะแซงรถพ่วงคันก่อเหตุ แต่รถพ่วงได้ขับปิดทางโดยการโยกรถออกทางขวาเพื่อไม่ให้แซง ทำให้รถพ่วงเสียหลักตกลงไปข้างทาง แต่สามารถหักพวงมาลัยกลับขึ้นมาได้ สุดท้ายรถพ่วงได้เลี้ยวหนีเข้าไปในซอยตันพื้นที่หมู่ 10 ต.ท่าหมื่นราม อ.วังทอง จึงไม่สามารถขับรถพ่วงหลบหนีไปได้ต่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงร่วมกันปิดล้อมจับกุม ซึ่งโชเฟอร์รถพ่วงยินยอมมอบตัวแต่โดยดี ทราบชื่อคือนายประเสริฐ เส็งดอนไพร อายุ 43 ปี ที่นั่งมากับนางวัน คงบุญ ภรรยา พร้อมกับ ด.ญ.ชะเอม เส็งดอนไพร บุตรสาว
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นรถพ่วงก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด พร้อมกับนำตัวนายประเสริฐไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในร่างกายก็ไม่พบอีก โดยนายประเสริฐผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ขับรถพ่วงไปรับข้าวโพดที่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ เพื่อนำข้าวโพดไปส่งที่ จ.สระบุรี แต่ระหว่างทางเกิดมีปากเสียงทะเลาะกับภรรยาอย่างรุนแรงมาตลอดทาง จึงกดดันประกอบกับมีความเครียดเป็นเหตุทำให้ขับรถพ่วงซิ่งแหกด่านดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้ขับรถยนต์ไล่ติดตามตั้งแต่ อ.วัดโบสถ์ อ.เมืองพิษณุโลก และ อ.วังทอง เป็นระยะทางไกลกว่า 70 กม. ถึงจะสามารถติดตามจับกุมได้ในที่สุด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันเกิดอันตรายแก่บุคคลและทรัพย์สิน ไม่หยุดรถตามคำสั่งเจ้าพนักงานจราจรหรือเจ้าหน้าที่เมื่อเห็นว่าผู้ขับขี่ หรือบุคคลในรถนั้นได้ฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 พร้อมกับนำตัวผู้ต้องหาส่ง สภ.วังทอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

