หน้าแรก ภูมิภาค ผู้เลี้ยงปลาส...

ผู้เลี้ยงปลาสลิดเดือดร้อนหนัก ปลาตายเกือบยกบ่อ 10 ราย สูญเงินกว่า 6 ล้าน วอนรัฐเร่งช่วยเหลือ

1.11.25 | 13:38 น.

ผู้เลี้ยงปลาสลิดเดือดร้อนหนัก ปลาตายเกือบยกบ่อ 10 ราย สูญเงินกว่า 6 ล้าน วอนรัฐเร่งช่วยเหลือ

น.ส.ธิติทิพย์ ด้วงเงิน หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสงคราม นายสามารถ ครึ้มสูง ประมงอำเภออัมพวา และ น.ส.มณัญญา เชื้อชายเลิศ หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสงคราม ได้ลงพื้นที่หมู่ 6 ต.แพรกหนามแดง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม หลังได้รับแจ้งจากผู้เพาะเลี้ยงปลาสลิดว่า มีปลาตายเป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบพบบ่อเลี้ยงปลาสลิดของนายละม่อม ขุนนุช อายุ 63 ปี บนพื้นที่ 15 ไร่ มีปลาสลิดอายุประมาณ 2 เดือนลอยตายเป็นจำนวนมาก คาดประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ของบ่อเลี้ยง โดยนายละม่อมได้ใช้สวิงตักปลาที่ตายขึ้นมาฝังกลบบริเวณรอบบ่อ เพื่อไม่ให้เกิดเชื้อโรคแพร่กระจายและป้องกันน้ำเน่าเสีย

น.ส.ธิติทิพย์กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าปลาสลิดที่ตายคาดว่าน่าจะเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นเชื้อที่มีอยู่ตามธรรมชาติ อีกทั้งช่วงที่ผ่านมาอากาศปิด ครึ้มฟ้าครึ้มฝน มีพายุหลายวัน ทำให้แดดส่องลงน้ำได้น้อย ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดลง ค่าที่ตรวจวัดได้ต่ำกว่า 3 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งปกติควรมากกว่า 4 มิลลิกรัมต่อลิตร ส่งผลให้ปลาเกิดความเครียด ภูมิต้านทานลดลงและติดเชื้อได้ง่าย

นอกจากนี้ยังพบว่าน้ำในบ่อมีคุณภาพเสื่อมลง มีแก๊สแอมโมเนียระดับสูงและมีแพลงตอนหนาแน่นมาก เนื่องจากบริเวณก้นบ่อมีของเสียสะสม เมื่อสภาพอากาศปิดจะทำให้แก๊สพิษจากก้นบ่อลอยขึ้นมาสู่ผิวน้ำ ทำให้ปลายิ่งเครียดและตายมากขึ้น อีกทั้งจากการตรวจพบว่าที่ผิวหนังของปลามีเห็บระฆังเกาะ เป็นปรสิตที่ซ้ำเติมอาการของปลาที่อ่อนแออยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีปัญหาทางพันธุกรรม บางบ่อใช้พ่อแม่พันธุ์จากบ่อเดียวกันต่อเนื่องหลายรุ่นอาจทำให้เกิดเลือดชิด ทำให้ปลามีความต้านทานโรคลดลง ซึ่งข้อนี้เป็นเพียงการคาดการณ์เบื้องต้น

น.ส.ธิติทิพย์กล่าวว่า จากการติดตามพบว่าปลาเริ่มตายต่อเนื่องมาแล้ว 4-5 วัน และคาดว่าปลาที่เหลือในบ่อก็อาจตายหมดภายในไม่เกิน 5 วัน อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าบ่อปลาสลิดในพื้นที่ใกล้เคียงได้รับผลกระทบแล้วประมาณสิบกว่าบ่อ ดังนั้น แนวทางการจัดการในระยะเร่งด่วนที่แนะนำคือ หากเริ่มพบปลาตายในระยะต้นให้รีบจับปลาที่เหลืออยู่ขึ้นมาเพื่อรักษาต้นทุนบางส่วน ปลาที่ตายแล้วให้นำไปฝังกลบโดยโรยปูนขาวฆ่าเชื้อ แล้วระบายน้ำออกจากบ่อทั้งหมด แต่ไม่ควรปล่อยน้ำเสียจากบ่อลงสู่คลองสาธารณะโดยตรงต้องฆ่าเชื้อในน้ำก่อน เนื่องจากเป็นแหล่งใช้น้ำร่วมกันของชุมชน หากก้นบ่อมีเลนมากให้ลอกเลนออก แต่ถ้ามีเลนน้อยให้โรยปูนขาวฆ่าเชื้อได้ แล้วตากบ่อให้แห้งจนดินแตกระแหงเพื่อฆ่าเชื้อและลดของเสียสะสม ก่อนจะเริ่มเตรียมบ่อใหม่และตรวจคุณภาพน้ำให้เหมาะสมก่อนการเลี้ยงรอบต่อไป

Advertisement

นายละม่อม ขุนนุช เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาสลิด กล่าวว่า ตนเลี้ยงปลาสลิดบนพื้นที่ 15 ไร่ ใช้ระบบผันน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ปล่อยลูกพันธุ์ปลาสลิด จำนวน 150,000 ตัว เมื่อ 4 วันก่อน พบว่าปลาสลิดที่อายุประมาณ 2 เดือนเริ่มกินอาหารน้อยลงมีอาการซึมและทยอยลอยตายขึ้นมาทุกวัน โดยปลาที่ตายมีบาดแผลทั่วลำตัว ที่ผ่านมามักจะพบปลาตายลักษณะนี้ในช่วงฤดูหนาว แต่ปีนี้พบอาการดังกล่าวเร็วกว่าปกติและมีความรุนแรงมากกว่า และขณะนี้พบปลาตายแล้วกว่า 40% หรือประมาณ 60,000-70,000 ตัว และยังคงตายต่อเนื่องทุกวัน

นายละม่อมกล่าวด้วยว่า หากปลาสลิดเลี้ยงจนถึงกำหนดจับได้ประมาณ 8 เดือน คาดว่าจะได้ปลาประมาณ 52 ตัน จำหน่ายราคากิโลกรัมละ 90 บาท แต่จากปัญหาการตายครั้งนี้ทำให้ต้องสูญเสียต้นทุนเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม การลงทุนรอบนี้ใช้เงินไปแล้วกว่า 400,000 บาท หากปลายังตายต่อเนื่องคงไม่สามารถคืนทุนได้ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือเยียวยา อย่างน้อยเป็นค่าลูกพันธุ์ปลาก็ได้เพื่อให้มีเงินทุนหมุนเวียนและสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงปลาสลิดได้ต่อไป

สำหรับตำบลแพรกหนามแดง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นพื้นที่ที่มีเกษตรกรเลี้ยงปลาสลิดกว่า 50 ราย รวมกว่า 100 บ่อ และปลาได้รับความเสียหายจากเชื้อแบคทีเรียแพร่ระบาดค่อยๆ ทยอยตายจนบางรายแทบจะตายยกหมดบ่อ ล่าสุดมีเกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อนแล้ว 17 ราย รวมพื้นที่กว่า 160 ไร่ ประมาณความเสียหายรวมเกือบ 6 ล้านบาท