ยุพราช บัวอินทร์ ลาออกประชาธิปัตย์ เตรียมลงชิงเก้าอี้ ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 2 ในนาม ‘ภูมิใจไทย’
วันที่ 1 พฤศจิกายน นายอัครเดช ทองใจสด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ คนสนิท นายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 3 พรรคพลังประชารัฐและทีมงาน ขึ้นเวทีพบประชาชนที่บ้านพักนายยุพราช บัวอินทร์ ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า เมื่อคืนวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา
ในการปรากฏตัวครั้งนี้ นายอัครเดชได้กล่าวเปิดตัว นายยุพราช บัวอินทร์ อดีต ส.ส.เพชรบูรณ์ ที่ประกาศย้ายจากพรรคประชาธิปัตย์ มาสังกัดทีมเพชรบูรณ์ ภายใต้การนำของนายสันติ พร้อมพัฒน์ เพื่อเตรียมลงสมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต 2 ในนามพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2569 ที่จะถึงนี้

นายอัครเดชกล่าวแสดงความขอบคุณประชาชนในพื้นที่อำเภอหล่มสัก หล่มเก่า เขาค้อ น้ำหนาว และเมืองเพชรบูรณ์ พร้อมระบุว่า บรรยากาศในวันนี้ถือเป็น “ประวัติศาสตร์ทางการเมืองของเพชรบูรณ์” ที่สะท้อนถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของทีมเพชรบูรณ์ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่กว่า 10 ปีก่อน ภายใต้การนำของนายสันติ พร้อมพัฒน์ หัวเรือใหญ่ของทีม
“ผมนายกด๊อยซ์ เป็นผู้คัดท้ายเรือ ชีวิตนายกด๊อยซ์ไม่เคยทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่วันนี้คัดท้ายไปคัดท้ายมา หันไปอีกทีฝีพายผมหาย (หัวเราะ) ฉะนั้นวันนี้เรือลำใหญ่ของทีมเพชรบูรณ์ จึงได้พาพี่น้องมาพบกันในวันนี้ ทั้งที่หลายคนเข้าใจและไม่เข้าใจ” นายอัครเดชกล่าวด้วยอารมณ์ขัน
พร้อมกันนี้ นายอัครเดชยังกล่าวถึงเส้นทางทางการเมืองของตนว่า ตลอด 28–29 ปีในการดำรงตำแหน่งนายก อบจ.เพชรบูรณ์ ตั้งแต่การเลือกตั้งโดยตรงครั้งแรกในปี 2546 ไม่เคยมีฝ่ายค้านในสภา สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือ ความสามัคคี และความสามารถในการก้าวข้ามความขัดแย้งในทุกประเด็น
“วันนี้ผมกำลังพาเรือลำใหญ่ของเพชรบูรณ์ล่องผ่าน อ.หล่มสัก หล่มเก่า น้ำหนาว เขาค้อ จนถึง อ.เมือง สุดท้ายเรือที่ช่วยพายกันมา ขาดฝีพายดี ๆ ไปหนึ่งคน ฉะนั้นวันนี้เราจึงแวะรับฝีพายใหม่คือ ‘ยุพราช บัวอินทร์’ เพื่อร่วมเดินหน้าสู่ความเข้มแข็งของเพชรบูรณ์ในอนาคต”
นายอัครเดชกล่าวต่อว่า ความขัดแย้งใด ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่หล่มสัก หล่มเก่า น้ำหนาว เขาค้อ และบางส่วนของอำเภอเมือง ตนมีหน้าที่ในการขจัดปัดเป่าเพื่อให้เรือลำใหญ่ของเพชรบูรณ์เดินหน้าต่อไป โดยเชื่อว่าความร่วมแรงร่วมใจของทีมเพชรบูรณ์จะสร้างความเข้มแข็งให้กับทั้งจังหวัด
“ผมการันตีได้ว่าผมเป็นผู้ขจัดความขัดแย้งโดยธรรมชาติ ความขัดแย้งใด ๆ จบหมดสิ้นแล้วบนเวทีแห่งนี้ ยุพราช บัวอินทร์ และ บุญชัย กิตติธาราทรัพย์ จับมือกันแล้วบนเวทีนี้ วันนี้แม้จะขาดส่วนใดไป ผมก็จะเติมเต็มให้ครบ เพราะเราจะไม่โทษใคร ไม่กล่าวโทษกัน แต่จะร่วมกันพาเรือลำนี้ให้มีฝีพายครบทั้ง 6 ฝีพาย” นายอัครเดชกล่าว

ทั้งนี้ นายอัครเดช ยังระบุว่า หลายคนเคยเชียร์ยุพราช เคยเชียร์บุญชัย และในวันนี้ ทั้งสองอยู่ในทีมเดียวกัน โดยนายยุพราชได้สวมเสื้อพรรคภูมิใจไทยแล้ว ขณะที่นายบุญชัยยังสวมพรรคพลังประชารัฐอีกแป๊บ ส่วนตนเองไม่มีสังกัดพรรคการเมืองใด ทำหน้าที่เพียงประสานและทำงานเพื่อชาวเพชรบูรณ์เท่านั้น
“ผมไม่เคยสร้างความขัดแย้งให้ใคร และไม่เคยตั้งใจทำให้ใครขัดแย้ง แต่วิถีการเมืองพาให้เราต้องแข่งขันกัน จบแล้วก็เลิกรา วันนี้ยินดีที่ยุพราชตัดสินใจมาลงเรือลำเดียวกันกับทีมเพชรบูรณ์ หน้าที่ของผมมีเพียงอย่างเดียว คือทำให้ยุพราช บัวอินทร์ ได้เป็น ส.ส.เพชรบูรณ์” นายอัครเดชกล่าวทิ้งท้าย
ด้าน นายยุพราช บัวอินทร์ อดีต ส.ส.เพชรบูรณ์ กล่าวเปิดใจบนเวทีปราศรัย ถึงสาเหตุการย้ายพรรคและทิศทางการทำงานการเมืองในอนาคต โดยยอมรับว่า การต่อสู้ครั้งนี้ต้องสู้กับคนเก่ง คนดี และ ส.ส. หลายสมัย ที่เปรียบเสมือนแชมป์ แต่ตนยืนยันว่า ไม่เคยหนักใจ และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ลงแข่งขันด้วย โดยสิ่งที่คู่แข่งขันเรามีอยู่ เราก็มีเช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่เรามี คู่แข่งขันของเราอาจจะไม่มีก็ได้
นายยุพราช ได้กล่าวถึงการลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่า ตนได้รับคำถามมากมายว่า บ้านหลังเดิมเขาไม่ว่าหรือ ตนขอยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่ดี สอนให้ตนเป็นนักการเมืองที่ดี และคนในพรรคไม่เคยมีใครว่าตน ตลอดเวลาที่อยู่พรรคเดิม ตนไม่เคยสร้างความด่างพร้อย ให้กับพรรค และไม่เคยลืมผู้มีพระคุณ ที่สั่งสอนให้เป็นคนดี
ส่วนเหตุผลในการย้ายทีมครั้งนี้ นายยุพราชย้ำว่า การเมืองมีความจำเป็น ที่ต้องมีความเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่ใช่เพื่อยุพราช บัวอินทร์ หรือเพื่อประโยชน์ส่วนตน แต่เป็นการต่อสู้เพื่อ ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ทั้งจังหวัด
“ขอบคุณนายอัครเดช ทองใจสด (นายกด๊อยซ์) ที่ให้โอกาสร่วมลงเรือลำเดียวกันซึ่งจะทำให้การแก้ไขปัญหาตั้งแต่ระดับประเทศ จังหวัด จนถึงหมู่บ้าน สามารถเชื่อมโยงและสอดคล้องกันได้”นายยุพราชกล่าว

นายยุพราช ยังได้กล่าวถึงประเด็นที่คนสงสัยว่าจะเอาอะไรไปสู้เขา โดยระบุว่า นอกเหนือจากความจริงใจและความหล่อพอประมาณแล้ว ตนจะสู้ด้วยมิติการพัฒนาที่แตกต่างออกไป การพัฒนาไม่ใช่แค่เรื่องงบประมาณ นักการเมืองไม่ควรนำเรื่องการพัฒนามาอ้างเป็นผลงานส่วนตัว เพราะก่อนเล่นการเมือง ตนมี 2 บริษัท แต่ไม่เคยเอาบริษัทมารับเหมาหรือเอื้อประโยชน์ให้ตัวเอง
นายยุพราชชี้ว่า สิ่งที่ขาดหายไปจากนักการเมืองปัจจุบัน คือการพูดถึงปัญหาที่แท้จริง ซึ่งน้อยคนที่จะพูดเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด และน้อยคนที่จะมีความเข้าใจเรื่องวิถีอาชีพของพี่น้องเกษตรกร ทั้งเรื่องข้าว ข้าวโพด หรือยาเส้น ซึ่งตนมองว่าจังหวัดยังขาดมืออาชีพ ในการนำเสนอประเด็นเหล่านี้
สุดท้ายนายยุพราชได้ขอโอกาสแห่งความสามัคคีจากประชาชน และประกาศตัวอย่างเป็นทางการว่า “จะขออาสาทำงานรับใช้ชาวเพชรบูรณ์ในฐานะผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ที่จะมีการเลือกตั้งในปี 2569 พร้อมทั้งกล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมเกิดที่นี่ ผมโตที่นี่… ท่านมีสิ่งใดเดือดร้อนลำบาก เข้ามาหายุพราชได้เหมือนเก่า”


