ตม.สมุยบุกจับ โจรอิสราเอล คาประตูสนามบิน หนีคดีร้ายแรง-ค้ายา กบดานไทย
ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร/ผอ.ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดำเนินการ สกัดกั้น ตรวจสอบและจับกุมคนต่างด้าวที่มีพฤติกรรมผิดกฎหมาย โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ ต่างชาติที่ลักลอบทำธุรกิจผิดกฎหมาย ต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม และกลุ่มคนร้ายข้ามชาติ ที่ใช้ไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด เพื่อรักษาความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 กันยายน 68 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับการประสานจากสำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจและความมั่นคงภายใน สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย มีหนังสือที่ POL041/2025 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 68 ให้ติดตามจับกุมนายโอเชอร์ ฟาร์ฮี (MR.OSHER FARHI) สัญชาติอิสราเอล ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของทางการอิสราเอลในคดีร้ายแรง

โดยนายโอเชอร์ ฟาร์ฮี ถูกระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในอิสราเอลหลายคดี ได้แก่ การใช้อาวุธปืนปล้นทรัพย์, ข่มขู่, งัดแงะบ้านผู้เสียหาย และลักทรัพย์ เช่น เครื่องประดับ หนังสือเดินทาง และคอมพิวเตอร์แบบพกพา (แล็ปท็อป)

ต่อมาตำรวจอิสราเอลสามารถติดตามสัญญาณแล็ปท็อปของผู้เสียหาย และพบพิกัดล่าสุดว่า อยู่ในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ทางด้าน พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6 สั่งการให้ พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี นำตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี(สมุย) ออกปฏิบัติการติดตามจับกุม นายโอเชอร์ ฟาร์ฮี และสามารถจับกุมตัวได้ที่สนามบินสมุย ขณะเตรียมบินออกจากเกาะสมุย

รายงานข่าวเปิดเผยว่า นายโอเชอร์ ฟาร์ฮี ยังมีประวัติอาชญากรรมอื่น ๆ ทั้งการค้ายาเสพติด และการใช้ความรุนแรง เนื่องจากพฤติการณ์ดังกล่าว เป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักร ตามมาตรา 12(7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจึงได้อนุมัติให้เป็นบุคคลเฝ้าระวังเพื่อดำเนินการจับกุม และผลักดันส่งกลับประเทศต่อไป ตามหนังสือลับมาก ด่วนที่สุดของ กก.3 บก.สส.สตม. ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2568


