หน้าแรก ภูมิภาค ตร.เกษียณสู้ค...

ตร.เกษียณสู้ครั้งสุดท้ายก่อนตาย ยื่นขอความเป็นธรรมส.ว. ปมเงินนำจับ คดีน้ำมันเถื่อน 40 ล้าน

2.11.25 | 20:07 น.

อดีตตำรวจมือปราบน้ำมันเถื่อน ร้อง ส.ว. ขอความเป็นธรรมค่ารางวัลนำจับ ทั้งคำพิพากษาศาลฏีกาตัดสินให้กรมศุลกากรจ่าย เรื่องกลับเงียบมา 26 ปี สู้กับความอยุติธรรมจนตายจากกัน


เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ศูนย์ประสานงานสมาชิกวุฒิสภา จ.สงขลา ถนนไทยอาคาร อ.หาดใหญ่ พ.ต.ท.ยงยศ เทียมประชา อดีตรอง ผกก. หัวหน้า สภ.อ.สุคินริน จ.นราธิวาส ได้ยื่นเอกสารขอความเป็นธรรมกับสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล

พ.ต.ท.ยงยศเปิดเผยว่า เมื่อปี 2534 ขณะเป็นสารวัตรสืบสวน อยู่ที่ ภ.จว.สตูล ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.ต.พิชัย พิศาลสุพงศ์ รอง ผบช.ภ 4 ให้ดำเนินการสืบสวนจับกุมผู้มีอิทธิพลค้าน้ำมันเถื่อนใน จ.สตูล และได้จับกุมเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อนของผู้มีอิทธิพลขณะกำลังขนถ่ายน้ำมันเถื่อนจากเรือฮะเฮงและเรือลักษมีขึ้นสู่รถบรรทุกน้ำมัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ปรากฏว่าผู้ถูกจับกุมได้ต่อสู้คดีว่าเป็นการจับกุมโดยมิชอบ และน้ำมันที่ถูกจับกุมเป็นน้ำมันที่ถูกต้องตามกฎหมาย

Advertisement

พ.ต.ท.ยงยศกล่าวว่า มีการต่อสู้คดีด้วยตนเอง และถูกกลั่นแกล้ง ถูกย้ายจาก จ.สตูล ไปทำหน้าที่ในหลายจังหวัด จนสุดท้ายถูกย้ายมาเป็นรอง ผกก.หน.สภ.สุคิริน จ.นราธิวาส ก่อนเกษียณอายุ คดีนี้ศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 10 ธ.ค.2542 ให้ตนชนะคดี และพิพากษาให้ด่านศุลกากร จ.สตูล จำหน่ายของกลาง คือเรือเดินสมุทร ฮะเฮง 1 และลักษมี น้ำมันดีเซล 43,000 ลิตร รถบรรทุกน้ำมัน เป็นน้ำมันเถื่อน ริบเป็นของกลาง จ่ายสินบนแก่ผู้จับ

พ.ต.ท.ยงยศกล่าวว่า เมื่อมีคำพิพากษาศาลฎีกาให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรริบของกลาง จำหน่าย และจ่ายสินบนให้ผู้จับกุมส่วนหนึ่ง ริบเข้าหลวงส่วนหนึ่ง ตนได้ติดตามทวงถาม แต่ไม่มีความคืบหน้า กรมศุลกากรตอบจดหมายว่าต้องรอให้ขายของกลางครบถ้วนก่อน จึงจะจ่ายสินบนแก่ผู้จับกุมได้

“ทราบว่าเรือทั้ง 2 ลำ รถบรรทุกน้ำมัน นายทุนได้ขอประกันไปในจำนวน 1,150,000 บาท โดยเจ้าของเรือที่ขอนำเรือไปเก็บรักษาเอง อ้างว่าเรือทั้ง 2 ลำจมน้ำไปแล้ว ผมจึงยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ยื่นฟ้องเจ้าของเรือในข้อหาให้การเท็จ และถูกจำคุก 6 เดือน เพราะเรือทั้ง 2 ลำมีการขายไปให้กับบุคคลอื่นแล้ว” พ.ต.ท.ยงยศกล่าว

พ.ต.ท.ยงยศกล่าวว่า ในฐานะผู้เสียหาย ได้ร้องต่อหน่วยงานต่างๆ เช่น นายกรัฐมนตรี ผู้ตรวจการแผ่นดิน กระทรวงยุติธรรม ให้ดำเนินการกับคดีนี้เพื่อเอาผิดกับเจ้าของเรือ เรือที่มีมูลค่ารวมกัน 40 ล้านบาท กรมศุลกากรจะยึดเอาเงินประกันเรือ 1,150,000 บาท เป็นค่าเรือของกลางไม่ได้ เพราะเงิน 1,150,000 บาท เป็นเงินประกันเรือ ไม่ใช่มูลค่าของเรือ เรื่องนี้รัฐเป็นผู้เสียหาย เพราะเงินจากการขายของกลางส่วนหนึ่งจ่ายสินบนนำจับ ส่วนหนึ่งเป็นของรัฐ แต่ทุกหน่วยงานที่ตนร้องเรียนไปมีหนังสือตอบกลับว่าจะดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ไม่ได้ดำเนินการต่อ

พ.ต.ท.ยงยศกล่าวด้วยว่า ปี 2563 ได้ติดตามความคืบหน้าเรื่องการขายของกลางและจ่ายสินบนนำจับ จนทราบว่าศุลกากร จ.สตูล ได้จำหน่ายของกลาง และส่งหนังสือให้ตนไปรับทราบเพื่อรับสินบนนำจับ แต่ จดหมายดังกล่าวถูกส่งไปยัง สภ.เมืองสตูล ไม่ได้ส่งให้ตนตามภูมิลำเนาที่ อ.เมือง จ.ตรัง และ สภ.เมืองสตูล ไม่ได้แจ้งให้ตนทราบ จนครบ 1 ปี สินบนนำจับจึงถูกส่งคืนกรมบัญชีกลาง ตามระเบียบทางราชการ

“ได้ร้องขอความเป็นธรรมไปยัง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และมีการสั่งให้สอบสวนข้อเท็จจริง โดย พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ รอง ผบก.ภ.9 ได้ตอบเอกสารเมื่อวันที่ 26 พ.ค.68 ว่า สภ.สตูล ได้รับเอกสารจากศุลกากร จ.สตูล จริง โดย ส.ต.อ.นายหนึ่งเป็นผู้รับเอกสาร แต่ไม่มีรายละเอียดอื่นๆ จึงได้สั่งยุติเรื่อง” พ.ต.ท.ยงยศกล่าว

พ.ต.ท.ยงยศกล่าวว่า จึงได้ร้องขอความเป็นธรรมจากนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เรือของกลางที่หายไป ซึ่งมีมูลค่า 40 ล้านบาท แต่ศุลกากรยึดเพียงเงินประกันเรือ 1,150,000 บาท เป็นมูลค่าเรือของกลาง โดยไม่มีการเอาผิดกับเจ้าของเรือ เพราะเงินประกันเรือกับมูลค่าเรือของกลางเป็นคนละส่วนกัน รวมทั้งการที่ศุลกากร จ.สตูล ไม่ได้ส่งเอกสารให้ตนตามภูมิลำเนา แต่ส่งให้กับ สภ.เมืองสตูล

“สภ.เมืองสตูล หลังรับเอกสาร ไม่ได้ส่งให้กับผม ทำให้ผมได้รับความเสียหาย ไม่ได้รับสินบนนำจับตามกฎหมาย เรื่องนี้ผมไม่ได้เสียหายคนเดียว แต่รัฐเป็นผู้เสียหาย เพราะเงินจากการขายของกลางส่วนหนึ่งเป็นของแผ่นดิน ผมรอความเป็นธรรมจากวันที่ศาลฎีกาพิพากษาให้ชนะคดีมายาวนานถึง 26 ปี ขณะนี้อายุ 92 ปี แต่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงขอเรียกร้องความเป็นธรรมเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเสียชีวิต” พ.ต.ท.ยงยศกล่าว