เจ้าพระยา เร่งระบายน้ำรับมือพายุคัลแมกี ชาวบ้านท้ายเขื่อน เดือดร้อนจมกว่า300หลัง นาน27วัน
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 สถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำลุ่มภาคกลาง ล่าสุดตรวจสอบน้ำเหนือที่ไหลเข้าเขื่อนฯที่จุดวัดน้ำC2 หน้าค่ายจิรประวัติ อ.เมืองนครสวรรค์ ปริมาณน้ำเหนือเริ่มกลับมามีปริมาณเพิ่มขึ้นจาก ฝนที่ตกหนักทางตอนบนของประเทศ ล่าสุดวัดได้ 2,500 ลบ.ม./วิ โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนยกตัวขึ้น 32ซ.ม.ในรอบ24ชม.วัดได้ 16.92ม.รทก.
เขื่อนเจ้าพระยาได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนจากเดิม2,000ลบ.ม./วิ ขึ้นไปที่อัตรา2,100ลบ.ม./วิ เพื่อรับมือกับฝนที่จะเพิ่มขึ้นจากอิทธิพลของร่องมรสุมกำลังแรงและพายุคัลแมกี ซึ่งล่าสุดระดับน้ำท้ายยกตัวขึ้น31ซ.ม.ในรอบ42ชม.วัดได้ 14.99ม.รทก. และจะมีผลให้พื้นที่ท้ายเขื่อนตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ลงไป จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง และ จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น 10-30ซ.ม.ใน24ชม.ข้างหน้า

พื้นที่ ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา ซึ่งอยู่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ได้ถูกน้ำท่วมขังจากพนังกั้นน้ำหน้าวัดสมอ ม.3 แตกมานาน 27 วัน ล่าสุดพบว่ายังมีบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมขังกว่า 350 หลังคาเรือน ระดับน้ำสูง 20-100ซ.ม. ชาวบ้านบางส่วนยังต้องขึ้นมาอยู่บนถนนคันคลองมหาราช
ทำให้ปัจจุบันยังต้องเจออุปสรรคเรื่องระดับน้ำที่ยังสูง และน้ำเน่าเสีย ซึ่งล่าสุดเทศบาลตำบลโพนางดำออกได้เร่งน้ำเครื่องสูบน้ำ ท่อพญานาคซิ่งจำนวน10เครื่องมาระดมสูบน้ำออกจากแอ่งกระทะพื้นที่ ม.2 เพื่อให้ชาวบ้านกลับเข้าบ้านได้ แต่ก็ยังต้องมีปัญหากังวลกับปริมาณน้ำฝนที่จะเพิ่มขึ้นในระยะ1สัปดาห์หลังจากนี้่ จากอิทธิพลของพายุคัลแมกีที่จะทำให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยายกตัวขึ้นและอาจจะล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่เพิ่มขึ้นได้อีก

ขณะที่ภาพรวมล่าสุดที่จุดอพยพหนีน้ำท่วมทางหลวงชนบท ชัยนาท3018 คันคลองมหาราช ยังมีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ 3ตำบลท้ายเขื่อนคือ ต.ตะหลุก ต.หาดอาษา และ ต.โพนางดำออก อพยพหนีน้ำขึ้นมาสร้างเพิงพักชั่วคราวอยู่บนถนนนานกว่า1เดือน ที่แม้บางส่วนจะเริ่มกลับเข้าบ้าน แต่ยังมีที่ต้องนอนบนถนนต่อไปจำนวนประมาณกว่า350ครอบครัว
ข้อมูลจาก ปภ.จังหวัดชัยนาทเปิดเผยว่า จ.ชัยนาท มีพื้นที่น้ำท่วม1อำเภอคือ อ.สรรพยา ซึ่งอยู่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จำนวน5ตำบล 25หมู่บ้าน 1,759ครัวเรือน มีผู้ประสบภัยทั้งสิ้น 4,750คน


