หน้าแรก ภูมิภาค ตร.ซิ่งกระบะช...

ตร.ซิ่งกระบะชนเก๋งครู พร้อมจ่ายชดใช้ ปัดเมา อ้างกินยาโรคเก๊าต์เลยเบลอ ต้นสังกัดจ่อฟันวินัย

4.11.25 | 16:27 น.

จบด้วยดี ตำรวจซิ่งกระบะชนเก๋งครูพร้อมจ่ายค่าเสียหาย ต้นสังกัดเตรียมลงดาบวินัย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน ที่ สภ.หนองหาน น.ส.ประภาพร กรือครูจุ๋ม อายุ 47 ปี ชาว อ.หนองหาน จ.อุดรธานี พร้อมด้วย แฟนหนุ่ม (ไม่เปิดเผยชื่อ) ได้เดินทางมาเข้าพบ พ.ต.ท.สำเนียง ศรีพรหม สว.(สอบสวน) สภ.หนองหาน พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้เชิญ ร.ต.ท.มนูญ อำนาจเจริญ อายุ 55 ปี รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่พนักงานรับแจ้งความ สภ.เมืองอุดรธานี คู่กรณีที่ก่อเหตุขับรถกระบะชนรถเก๋งของครูจุ๋มแล้วหลบหนี โดยทั้งหมดมาตามนัดหมาย เพื่อทำการเจรจาไกล่เกลี่ยเหตุที่เกิดขึ้น


เบื้องต้น พ.ต.ท.สำเนียงฯ พนักงานสอบสวน ได้อธิบายถึงพฤติการณ์ของคู่กรณีแต่ละฝ่าย ซึ่งทาง ร.ต.ท.มนูญฯ ผู้ขับขี่รถกระบะ ได้ยอมรับผิดในข้อหา “ขับรถประมาททำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย” ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้ทั้งหมด ส่วนเรื่องเมาแล้วขับเจ้าตัวยืนยันว่าวันนั้นไม่ได้เมาสุรา เพียงแต่กินยาโรคเก๊าต์ จึงเกิดอาการเบลอสับสน

จากนั้น ร.ต.ท.มนูญฯ กล่าวขอโทษฝ่ายครูจุ๋มและแฟนหนุ่ม อ้างว่าเกิดอาการตกใจกลัว จึงกลับไปตั้งหลักก่อน และรับปากต่อหน้าพนักงานสอบสวนว่าจะระมัดระวังการขับขี่ให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะหลังจากกินยาต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำขึ้นอีก ด้าน ครูจุ๋มและแฟนหนุ่ม ก็ให้อภัย ร.ต.ท.มนูญฯ ไม่ถือโทษหรือติดใจเอาความ พนักงานสอบสวนจึงลงบันทึกประจำตามความพึ่งพอใจของทั้งสองฝ่าย

ส่วนค่าเสียหาย ประกันแจ้งว่า จากการตรวจสอบตัวถังรถเกิดความเสียหายทางด้านซ้ายเป็นแนวยาว เกิดความเสียหายต่อชิ้นส่วนรถเก๋งประมาณ 6 ชั้น ประเมินค่าซ่อมทั้งหมดแล้วประมาณ 25,000 บาท ซึ่ง ร.ต.ท.มนูญฯ ได้ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด โดยไม่มีการต่อรองใดใด และเรื่องทะเบียนรถกระบะของ ร.ต.ท.มนูญฯ ที่ตรวจสอบพบว่าเป็นทะเบียนสวม เนื่องจากอ้างว่า อยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ช่วยสืบสวนทางคดี จึงต้องสวมทะเบียนรถคันนี้ ซึ่งจะได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ตามลำดับขั้นต่อไป

Advertisement

ด้าน พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ร.ต.ท.มนูญ อำนาจเจริญ รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ประจำวัน สภ.เมืองอุดรธานี ขับรถเฉี่ยวชนแล้วหลบหนีตามที่เป็นข่าวจริง หากการเจรจากันแล้ว ทางตำรวจไม่เยียวยาให้คู่กรณีตามที่ควร จนคู่กรณีพอใจ เพราะกระทำผิดจริง ทางต้นสังกัดก็จะมีการพิจารณาลงโทษทางวินัย เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างกับข้าราชการตำรวจคนอื่น

ทั้งนี้ ต้องรอผลสอบสวนจากพนักงานสอบสวนก่อนว่าจะผิดวินัยอะไรบ้าง หากมีพฤติกรรมตามที่เป็นข่าว ก็ต้องมีการลงโทษทางวินัยและอาญา ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป