หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบ้านอึดอัด...

ชาวบ้านอึดอัดใจ อิสราเอลตั้ง ศูนย์ชาบัด พะงัน – ทูตพบผู้ว่าฯ ยันยินดีให้ดำเนินคดี คนทำผิด

4.11.25 | 17:12 น.

ทูตอิสราเอล พบผู้ว่าฯสุราษฎร์ ชี้ชอบเที่ยวไทยปีละ 4.6 แสน ส่วนน้อยพฤติกรรมไม่เหมาะสมยินดีใด้ดำเนินคดี ด้านผู้ว่าฯแจงชาวเกาะพะงัน อึดอัดใจ รวมตัวประกอบศาสนกิจแบบปิด ควรขออนุญาตจัดตั้งศาสนสถานให้ถูกต้อง

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ดร.อโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย พร้อม นายเอลี่ เอลิยาฮู สเมห์ อัครราชทูต และเจ้าหน้าที่กงสุลอิสราเอล เข้าพบ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ห้องศรีสุราษฎร์ ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี หารือถึงสถานการณ์นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในคณะทำงานชุดเฉพาะกิจเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกรณีบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อประกอบกิจการหรือดำเนินกิจกรรมต่างๆที่ผิดกฎหมายของ จ.สุราษฎร์ธานี เข้าร่วมหารือ

ดร.อโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย กล่าวว่า ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล เดินทางมาเยือนประเทศไทยกว่า 460,000 คน เหตุผลหลักเนื่องจากชื่นชอบและประทับใจการต้อนรับของคนไทย โดยเฉพาะพื้นที่เกาะท่องเที่ยว รวมทั้งรู้สึกปลอดภัยในประเทศไทย ส่วนการเข้าพบครั้งนี้ เพื่อหารือถึงแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน หลังจากทราบข่าวที่นำเสนอผ่านสื่อถึงสถานการณ์ที่มีนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลได้รับการตรวจสอบและจับตามองจากเจ้าหน้าที่รัฐของไทย ทำให้เกิดความไม่สบายใจกับนักท่องเที่ยว

“ยืนยันว่า นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่ดี และตั้งใจมาท่องเที่ยวเพราะชื่นชอบประเทศไทย จะมีเพียงส่วนน้อยที่ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม หรือทำผิดกฎหมาย ซึ่งยินดีให้หน่วยงานของไทยดำเนินการตามกฎหมายเช่นเดียวกับชาวต่างชาติทุกประเทศ” ดร.อโลนา กล่าว

Advertisement

ด้าน นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า หน่วยงานรัฐถูกตั้งคำถามมากถึงการดำเนินการกับชาวต่างชาติที่แฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวเข้ามาทำผิดกฎหมายทั้งด้านความมั่นคง การอยู่อาศัยในราชอาณาจักรเกินระยะเวลาที่อนุญาต (over stay) การทำงานหรือทำธุรกิจผิดกฎหมาย และปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะพฤติกรรมการต่ออายุวีซ่าต่อเนื่องหลายครั้งหรือระยะยาวจนสงสัยว่ามีวัตถุประสงค์ทำธุรกิจหรือทำกิจการบางอย่าง

ซึ่งทางจังหวัด ได้ตั้งคณะทำงานชุดเฉพาะกิจขึ้นตรวจสอบและดำเนินการกับเรื่องนี้ ไม่ได้เลือกปฏิบัติหรือมุ่งเป้ากับชาวอิสราเอล หรือประเทศใดประเทศหนึ่ง และขอย้ำว่าเรามุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยว จึงกำชับเจ้าหน้าที่ให้บังคับใช้กฎหมายด้วยความระมัดระวังไม่ให้กระทบต่อนักท่องเที่ยวในภาพรวม

นายธีรุตม์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ชาวบ้านในพื้นที่เกาะพะงัน ได้ร้องเรียนถึงการรวมตัวประกอบศาสนกิจใน ชาบัด หรือ คาบัท ของชาวอิสราเอล ในลักษณะพื้นที่ปิดไม่อนุญาตให้คนภายนอกเข้าไปสังเกตการณ์หรือรับรู้ว่าทำกิจกรรมอะไร ส่งผลให้เกิดความไม่สบายใจของคนในพื้นที่ ตลอดจนมีความยากลำบากในการเฝ้าระวังความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ จึงขอให้สถานเอกอัครราชทูต ตรวจสอบเรื่องการจดทะเบียนการขออนุญาตจัดตั้งศาสนสถานเพื่อประกอบศาสนกิจตามกฎหมายไทย เช่นเดียวกันทุกๆศาสนา

“นอกจากนี้ขอให้มีช่องทางติดต่อสื่อสารในแบบที่ไม่เป็นทางการ ระหว่างจังหวัดสุราษฎร์ธานีกับสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการแลกเปลี่ยนข้อมูล หรือแจ้งปัญหาต่างๆระหว่างกัน เพื่อนำไปสู่การทำความเข้าใจและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยยืนยันว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี มิได้เลือกปฏิบัติกับชาวอิสราเอล และพร้อมต้อนรับอย่างอบอุ่น แต่หากพบกลุ่มที่กระทำผิดกฎหมายก็จำเป็นต้องดำเนินการอย่างเท่าเทียมไม่ว่าจะเป็นชนชาติใดก็ตาม” นายธีรุตม์ กล่าว