‘ขอนแก่น’ขับเคลื่อนเมืองเข้มแข็ง
ชูธง‘อยู่ดีมีแฮง ฮักแพงแบ่งปัน’
เมื่อเร็วๆ นี้ ภาคีอาสาจังหวัดขอนแก่น ซึ่งประกอบด้วยคณะทำงานจากภาคส่วนต่างๆ กว่า 30 องค์กร ในจังหวัดขอนแก่น จัดการประชุม พูดคุยที่ศาลาประชาคมจังหวัดขอนแก่น เพื่อระดมสมองและวางแผนการปฏิบัติการ โดยเชิญเครือข่ายออกแบบเวทีสาธารณะ “ขอนแก่นอยู่ดีมีแฮง ฮักแพงแบ่งปัน” ประกอบด้วยเรื่องความเหลื่อมล้ำ คนจน เกษตรกรในห้วงระยะเวลา 1 ปีต่อจากนี้ มีธงของการพูดคุยว่า ขอนแก่นจะไปทางไหน เศรษฐกิจเข้มแข็งจังหวัดขอนแก่น ท่องเที่ยวสร้างสรรค์เด็กเยาวชน wellness สุขภาพและสังคมสูงวัย กลุ่มเปราะบางผู้พิการและผู้อยู่ในภาวะพึ่งพิง งานอุบัติเหตุและภัยพิบัติ งานด้านการศึกษาศิลปวัฒนธรรมสังคม กลุ่มจังหวัดเข้มแข็งกระจายอำนาจ จัดการตนเองและสารเคมีการเกษตรอาหารปลอดภัย
“ดร.สมพันธ์ เตชะอธิก” คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และที่ปรึกษาภาคีอาสาจังหวัดขอนแก่น กล่าวถึงการจัดกิจกรรมดังกล่าวว่า เป็นการเชิญภาคีเครือข่ายซึ่งเป็นกลุ่มคนทำงานด้านสังคมสุขภาพและวัฒนธรรมกว่า 100 คน มาร่วมออกแบบขับเคลื่อนใน 10 ประเด็น ที่ถือเป็นประเด็นหลักในการออกแบบเวทีสาธารณะของจังหวัดขอนแก่น เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมออกแบบกำหนดงานกิจกรรม พร้อมวางเป้าหมายร่วมกัน เนื่องจากการทำงานของอาสาเหมือนเป็นองค์กรกลาง ที่จะนำพาทุกภาคส่วนมาร่วมกันทำงานเพื่อการแก้ไขปัญหาเมืองไปด้วยกัน โดยเน้นหลัก 5 ฮ. คือฮัก ฮ่วม เฮ็ดและเฮียนฮู้ ซึ่งจะต้องวางแผนจับมือทุกภาคส่วนในการทำงานร่วมกัน
“สุมาลี สุวรรณกร” หัวหน้าคณะทำงานภาคีอาสาจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ในการจัดประชุม kick off หรือการเดินหน้าภาคีอาสาจังหวัดขอนแก่นในครั้งนี้ เป็นการประชุมครั้งแรกที่เชิญภาคีเครือข่ายในเมืองขอนแก่นที่มีเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นได้เชิญมาระดมสมองกันประมาณ 30 องค์กรในการที่จะพูดคุยและวางแผนในการทำงานร่วมกัน ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ ภาคีอาสาจังหวัดขอนแก่นได้จัดประชุมมาแล้ว 2 ครั้ง เวทีแรกเป็นการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษา
ซึ่งเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจาก 9 องค์กรประกอบด้วย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สถาบันพัฒนาองค์กรเอกชน (พอช.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) โดยมีที่ปรึกษาจากทั้ง 9 องค์กรมาร่วมเวที
ส่วนเวทีที่ 2 เป็นเวทีการประชุมคณะกรรมการที่ได้ออกแบบวางเป้าหมายในการที่จะทำงานร่วมกัน ส่วนการจัดประชุมครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งเชิญภาคีเครือข่ายเพิ่มขึ้นมาร่วมกันออกแบบและวางแผนเวทีสาธารณะ โดยเนื้อหาการพูดคุยมุ่งเน้นเรื่องปัญหาสำคัญของเมืองขอนแก่น เพื่อให้เมืองขอนแก่นก้าวสู่เป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ คือ ขอนแก่นอยู่ดีมีแฮง ฮักแพงแบ่งปัน
“หลังจากนี้ประเด็นทั้ง 10 ประเด็นที่จะมาวางเป็นเวทีสาธารณะ จะมีการร่วมกันออกแบบว่าจะกำหนดวันในการประชุมหารือเมื่อไหร่ ซึ่งจะมีการดำเนินการเดือนละ 1 ประเด็น และเชิญคนที่มีส่วนในการแก้ไขปัญหา ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการและภาคประชาชน มาร่วมกันนำเสนอปัญหาและร่วมกันหาทางออกแบบการมีส่วนร่วม หรือบูรณาการกัน เพื่อใช้พื้นที่ของภาคีอาสาเป็นพื้นที่กลางในการประชุมหารือและแก้ปัญหาของเมืองที่กำลังเผชิญอยู่ ส่วนประเด็นสำคัญของภาคีอาสาที่จะดำเนินการเป็นเรื่องหลักมีอยู่ 2 เรื่อง คือ การรองรับสังคมสูงวัย และการแก้ปัญหาน้ำท่วมเมืองขอนแก่น ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ของเมืองในปัจจุบัน” หัวหน้าคณะทำงานกล่าว พร้อมเพิ่มเติมว่า
สำหรับการทำงานของภาคีอาสาจังหวัดขอนแก่น มีหลักการสำคัญ คือ การทำงานแบบบูรณาการ โดยร่วมมือการทำงานร่วมกันของหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ประชาคม เอกชนและประชาชน เน้นใช้พื้นที่เป็นฐานเพื่อการพัฒนาที่คำนึงถึงบริบท และความต้องการของแต่ละพื้นที่เป็นสำคัญ สร้างความเข้มแข็งจากภายในโดยการส่งเสริมให้ชุมชนและประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาและแก้ปัญหาของตนเอง นอกจากนั้นยังมุ่งสู่การจัดการตนเองสร้างความสามารถให้จังหวัดได้ ชุมชนสามารถจัดการพัฒนาตนเองได้อย่างยั่งยืน เป้าหมายสูงสุดในการทำงาน คือ ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการและทรัพยากรต่างๆ ส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในพื้นที่ สร้างความเข้มแข็งของชุมชนและท้องถิ่นส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นธรรม
“สำหรับกลไกการทำงานคณะกรรมการภาคีอาสาผ่านพลังพื้นที่เข้มแข็งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการทำงานของภาคีอาสา โดยในจังหวัดขอนแก่นใช้ชื่อว่า ภาคีอาสาจังหวัดขอนแก่น โดยจะมีการจัดกิจกรรมและเวทีต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนมีภาควิชาการสนับสนุนในการจัดหาข้อมูลและองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา ส่วนการสร้างเครือข่ายและการเรียนรู้จะมีการสร้างระบบแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างพื้นที่เพื่อนำไปสู่การขยายผลและปรับปรุงการทำงาน ส่วนการติดตามประเมินผลจะมีการประเมินผลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ โดยมีหน่วยงานหลักในการทำงานร่วมกัน กับหน่วยงานหลักในการพัฒนาในพื้นที่
นอกจากนั้นยังมีองค์กรภาคีเครือข่ายในระดับจังหวัดมาร่วมทำงาน มีกลุ่มเป้าหมายมากถึง 100 เครือข่ายสำหรับจังหวัดขอนแก่น และผลักดันให้ปัญหาต่างๆ ขึ้นเป็นนโยบายของเมือง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป” หัวหน้าคณะทำงานภาคีอาสาจังหวัดขอนแก่นทิ้งท้าย


