หน้าแรก ภูมิภาค เกมแล้ว! ชายร...

เกมแล้ว! ชายรัสเซีย ติดคิวอาร์โค้ด โฆษณาขายยาเสพติดทั่วภูเก็ต หนีกบดานเกาะสมุย

6.11.25 | 09:29 น.

เกมแล้ว! ชายรัสเซีย ติดคิวอาร์โค้ด โฆษณาขายยาเสพติดทั่วภูเก็ต หนีกบดานเกาะสมุย สุดท้ายไม่รอด สารภาพ ได้ค่าจ้างใบละ 1 ดอลลาร์


เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้การอำนวยการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ตม.สุราษฎร์ธานี ร่วมกับสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 และ ปส. ติดตามจับกุม นายเซเมียน กัสพายาน (Mr. Semen Kasparian) อายุ 27 ปี สัญชาติรัสเซีย ผู้ต้องหาสำคัญในคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หลังหลบหนีหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ตมาซ่อนตัวในพื้นที่เกาะสมุย

สืบเนื่องมาจากการตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์พบเพจเฟซบุ๊ก “โหดจังหวัดภูเก็ต” ลงโพสต์กรณีมีชายต่างชาตินำแผ่นโฆษณาขายยาเสพติดออนไลน์ติดไว้ตามเสาไฟฟ้า และสถานที่สาธารณะที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากในจังหวัดภูเก็ต แผ่นโฆษณาพร้อม QR Code ให้ลูกค้าสแกน เจ้าหน้าที่สืบสวนได้สแกน QR Code พบว่าเป็นลิงก์ไปยังเว็บไซต์ ซึ่งมีการเสนอขายยาเสพติดประเภทต่างๆ โดยมีภาพหญิงสาวถือถุงบรรจุผงสีขาวคล้ายโคเคน

Advertisement

จากการตรวจสอบภาพในเฟซบุ๊ก พบว่าชายดังกล่าวคือ นายเซเมียน กัสพายาน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ตในความผิดฐาน เป็นผู้โฆษณาเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ โดยไม่ได้รับอนุญาต

เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายเซเมียน กัสพายาน ได้เดินทางหลบหนีมากบดานอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 68 จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบนายเซเมียน นั่งอยู่บริเวณหน้าห้องพัก มีอาการระมัดระวังตัว และเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ได้วิ่งหลบหนีออกทางด้านหลังโรงแรม เจ้าหน้าที่ได้วิ่งไล่ติดตามจนสามารถควบคุมตัวได้ และนำตัวไปค้นห้องพัก พบหลักฐานสติ๊กเกอร์ที่ใช้โฆษณาให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงการซื้อขายยาเสพติดผ่านเว็บไซต์ดังกล่าวเป็นจำนวนมากอยู่ในลิ้นชัก รวมถึงภาพถ่ายในโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาที่ใช้ถ่ายการติดสติ๊กเกอร์เพื่อรายงานผู้ว่าจ้าง

จากการสอบสวน นายเซเมียนให้การว่า ตนได้ติดต่อกับชายชาวต่างชาติที่ปกปิดตัวตน ซึ่งเป็นแอดมินของเว็บไซต์ผ่านกลุ่มแชตในตลาดมืดของแอพพลิเคชั่น Telegram ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มชาวรัสเซีย ให้นำสติ๊กเกอร์ไปทำการติดโฆษณาตามสถานที่ต่างๆ หรือตามเสาไฟฟ้า โดยทางแอดมินของกลุ่มแชตได้ส่งสติ๊กเกอร์มาให้ตนผ่านตัวแทนขนส่งเอกชน โดยเมื่อรับสติ๊กเกอร์แล้วตนก็จะนำไปติดตามที่ต่างๆ โดยได้รับค่าตอบแทน 1 ดอลลาร์ (USDT) ต่อสติ๊กเกอร์ 1 ใบ โดยจะมีการจ่ายเงินค่าจ้างผ่านกระเป๋าเงินคลิปโทของนายเซเมียน และทำมาแล้ว 3 วัน ได้เงินมาจำนวน 300 ดอลลาร์ (USDT)

ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของนายเซเมียน ผู้ต้องหา และจะได้ขยายผลทำการสืบสวนถึงเครือข่ายค้ายาเสพติดออนไลน์ต่อไป

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้แจ้งข้อกล่าวหา นายเซเมียน กัสพายาน อายุ 27 ปี สัญชาติรัสเซีย ในความผิดฐาน เป็นผู้โฆษณาเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ โดยไม่ได้รับอนุญาต และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชิงทะเล เจ้าของคดี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทาง ผบช.สตม. และ ผบก.ตม.6 ได้เน้นย้ำให้ ตม.จว.สุราษฎร์ธานี บูรณาการร่วมกับหน่วยงานข้างเคียง กวดขันชาวต่างชาติที่อยู่ในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามกฎหมายไทย และจะดำเนินการจับกุมชาวต่างชาติที่กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด

จากผลการตรวจค้นในห้องพักเก่าพบ สติกเกอร์ QR code แผ่นโฆษณาการขายยาเสพติดทางออนไลน์ จึงได้ส่งชุดติดตามจับกุมตัว ซึ่งต่อมาในวันที่ 5 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมตัว ผู้ต้องหารายนี้เป็น บุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ตที่ 1041/2568 ลงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 โดยกล่าวหา “เป็นผู้โฆษณายาเสพติดโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมด้วยของกลาง เป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ นำตัวมายัง สภ.เชิงทะเล เพื่อดำเนินการขยายผล และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการ กล่าวว่าภ.จว.ภูเก็ต จะได้กำหนดมาตรการในการป้องกันปราบปรามเหตุลักษณะดังกล่าว โดยเพื่อการตรวจตราการติดป้ายต่างๆตามที่สาธารณะ รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ หากพบการกระทำความผิดให้เร่งดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดโดยเร็ว รวมถึงประสานขอความร่วมมือกับร้านพิมพ์ป้ายและสติกเกอร์ในพื้นที่รับผิดชอบให้ช่วยเฝ้าระวังและแจ้งข้อมูล หากมีผู้มาเสนอจ้างให้ทำป้ายและสติกเกอร์ในลักษณะดังกล่าว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดไปสู่สังคมโดยรวม

ทั้งนี้ ภ.จว.ภูเก็ต ขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนว่า อย่ายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดไม่ว่าทางใด รวมถึงให้ผู้ปกครองควรสอดส่องดูแลบุตรหลานในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เพราะปัจจุบันภัยอาชญากรรมในด้านต่างๆ ก็ปรากฏตามช่องทางออนไลน์ด้วย และหากพี่น้องประชาชนทราบถึงเบาะแสยาเสพติด หรือการกระทำความผิดอื่น โปรดแจ้ง 191 หรือสถานีตำรวจใกล้บ้านท่าน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการเร่งรัดปราบปรามเพื่อให้สังคมสงบสุขต่อไป