หน้าแรก ภูมิภาค ‘สรรพยา...

‘สรรพยา’ จมค่อนอำเภอ หลังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบายน้ำเกิน 2,700 ลบ.ม. รับมือคัลแมกี

7.11.25 | 09:49 น.

ชาวบ้านขนของหนีไม่ทัน น้ำมาเร็วและแรงจนพนังแตกเพิ่ม ล่าสุด ‘สรรพยา’ จมบาดาลค่อนอำเภอ หลังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบายน้ำเกิน 2,700 ลบ.ม. เพื่อรับมือ คัลแมกี

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่จ.ชัยนาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดเหตุพนังกั้นน้ำแตกในพื้นที่ ชุมชนวัดโคกจันทร์ ต.โพนางดำตก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ซึ่งอยู่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ทำให้มวลน้ำมหาศาลทะลักเข้าท่วมพื้นที่อย่างรวดเร็วและรุนแรง โดยชาวบ้านเล่าว่า หลังจากเขื่อนเจ้าพระยาประกาศระบายน้ำ 2,700 ลบ.ม./วินาที แนวกระสอบทรายที่เป็นพนังกั้นน้ำก็เริ่มรั่วซึมจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นวันละ 20-30 ซม. จนเกิดการเซาะใต้พนังแล้วแตกลงในที่สุด ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงระดับน้ำก็ทะลักเข้าท่วมชุมชนจนเต็มพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งขนข้าวของขึ้นมาอยู่บนถนน

โดยนางสมคิด โพนาง ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า พอได้ยินเสียงตามสายให้เก็บข้าวของอพยพ ตนก็รีบขนของที่จะเปียกน้ำเสียหาย คว้าอะไรได้ก็รีบคว้านำใส่รถรีบเอาขึ้นมาไว้บนถนนสายสรรพยา-อินทร์บุรี เป็นการชั่วคราว ซึ่งก็มีทั้งที่ขนออกมาทัน และบางส่วนที่ต้องปล่อยให้จมน้ำ เพราะเวลาเพียง 1-2 ชั่วโมง ระดับน้ำเพิ่มขึ้นสูงเกือบ 1 เมตร ทำให้รถเข้าไปขนของไม่ได้ จำใจต้องปล่อยให้เสียหาย แต่ถ้าเทียบปีนี้กับปี 2554 ที่เกิดมหาอุทกภัย ปีนี้ถือว่าน้ำน้อยกว่า แต่การปล่อยน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาปล่อยเร็วและแรงกว่า ทำให้น้ำขึ้นเร็วจนพนังรับไม่ไหว

Advertisement

ขณะที่ภาพรวมล่าสุดที่จุดอพยพหนีน้ำท่วมทางหลวงชนบท ชัยนาท 3018 คันคลองมหาราช ยังมีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ 3 ตำบลท้ายเขื่อนคือ ต.ตะหลุก ต.หาดอาษา และ ต.โพนางดำออก อพยพหนีน้ำขึ้นมาสร้างเพิงพักชั่วคราวอยู่บนถนนนาน 1 เดือน และต้องนอนบนถนนต่อไป รวมกับที่อพยพขึ้นมาใหม่ทางฝั่งตะวันตกใน ต.บางหลวง และ ต.โพนางดำตก รวมแล้วประมาณกว่า 1,500 ครอบครัว โดย อ.สรรพยา มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมทั้งสิ้น 5 ตำบลจากทั้งหมด 7 ตำบล

ล่าสุด ปภ.จังหวัดชัยนาท รานงานว่า ภาพรวมของจ.ชัยนาท มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมทั้งสิ้น 4 อำเภอคือ พื้นที่เหนือเขื่อน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.มโนรมย์ อ.วัดสิงห์ และ อ.เมืองชัยนาท กับพื้นที่ท้ายเขื่อน 1 อำเภอคือ อ.สรรพยา แยกเป็น 10 ตำบล 43 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วม 4,365 ครัวเรือน มีผู้ประสบภัยรวมทั้งสิ้น 9,837 คน

ส่วนสถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำลุ่มภาคกลาง ล่าสุดตรวจสอบน้ำเหนือที่ไหลเข้าเขื่อนฯ ที่จุดวัดน้ำ C2 หน้าค่ายจิรประวัติ อ.เมืองนครสวรรค์ เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ปริมาณน้ำเหนือมีปริมาณสูงอย่างต่อเนื่อง จากฝนที่ตกหนักทางตอนบนของประเทศ ล่าสุดวัดได้ 2,971 ลบ.ม./วินาที โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนทรงตัวในระดับสูงในรอบ 24 ชม.วัดได้ 17.15 ม.รทก.

โดยเขื่อนเจ้าพระยาได้ประกาศเตือนว่าจะมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันได ขึ้นไปที่เกณฑ์มากกว่า 2,700 ลบ.ม./วินาที แต่ไม่ได้ระบุอัตราที่ชัดเจน ทั้งนี้เพื่อสร้างพื้นที่ว่างในลำน้ำ รับมือกับฝนที่จะเพิ่มขึ้นจากอิทธิพลของพายุคัลแมกี ซึ่งล่าสุดระดับน้ำท้ายทรงตัวในรอบ 24 ชม.วัดได้ 16.31 ม.รทก. และจะมีผลให้พื้นที่ท้ายเขื่อนตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ลงไป จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง และ จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น 10-30 ซม.ใน 24 ชม.ข้างหน้า จึงแจ้งเตือนพื้นที่ท้ายเขื่อนให้ยกของขึ้นที่สูง และให้ติดตามประกาศข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิดต่อไป