พ่อเลี้ยงหื่น ลวงลูกสาว8ขวบ ขืนใจนานนับปี แม่รู้ความจริงรับไม่ได้ ลั่นเดินหน้าต่อสู้เพื่อลูก
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีเด็กถูกพ่อเลี้ยงล่วงละเมิด บริเวณชุมชนเขาคูบา อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี ทราบต่อมาว่า ด.ญ.ซี (นามสมมุติ) อายุเพียง 8 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน หลังถูกล่วงละเมิดทางเพศจาก นายนาท (นามสมมุติ) พ่อเลี้ยง อย่างต่อเนื่องนานนับเดือน ด้านเพื่อนบ้านที่ให้การช่วยเหลือวอนสังคมและเจ้าหน้าที่จับตาดูแลเด็กที่ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอย่างใกล้ชิด
เหตุการณ์นี้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อ คุณแม่เอ มารดาของเด็ก ได้นำบุตรสาวมาฝากไว้กับเพื่อนบ้าน เนื่องจากตนเองต้องออกไปทำงานกะดึก คุณแม่เอเปิดเผยว่า เธอและนายนาทคบหากันมาประมาณ 2-3 ปี และเพิ่งตัดสินใจกลับมาอยู่ด้วยกันได้เพียง 1-2 เดือน นายนาททำงานเป็นลูกจ้างในโครงการชลประทานแห่งหนึ่ง และมีพฤติกรรมที่น่ากังวล อาทิ อารมณ์ร้อน มีประวัติเสพยาบ้า และดื่มสุรา
ความจริงปรากฏหลังจากการซักถาม ด.ช.บี และ ด.ช.ดี โดย ด.ช.ดี ให้การอย่างชัดเจนถึงพฤติการณ์ที่เห็นว่า “พ่อ… พ่อทะลึ่ง [กับพี่สาว]… นอนทับพี่” โดย ด.ญ.ซี ยืนยันว่าถูกพ่อเลี้ยงกระทำต่อเนื่องมาตั้งแต่ครั้งที่ครอบครัวยังอาศัยอยู่ที่บ้านเก่าในพื้นที่คลองน้ำไหล

นางสาววัชราภรณ์ อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านและผู้ที่ให้การช่วยเหลือ ได้เปิดเผยรายละเอียดว่า เด็กยืนยันว่าถูกพ่อเลี้ยงกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า เด็กบอกว่าโดนมาตลอด ทั้งเช้าและกลางคืน โดนกระทั่งก่อนไปโรงเรียนด้วยซ้ำ
นางสาวฉัตรฟ้า อายุ 25 ปี ได้สังเกตอาการและเปิดเผยว่า การกระทำส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นตอนที่เด็กหลับ แล้วพ่อเลี้ยงจะอุ้มไปที่เตียง เด็กตื่นมาถึงเห็นว่าเป็นพ่อเลี้ยง อาการทรุดหนัก มีหลักฐานข่มขู่และเหยื่อรายที่สอง
หลังทราบเรื่อง คุณแม่เอได้นำลูกสาวเข้าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล โดยเพื่อนบ้านที่คอยสังเกตอาการให้ข้อมูลตรงกันว่า สังเกตเห็นร่องรอย “เขียวช้ำ” ที่อวัยวะเพศของเด็ก และ ด.ญ.ซี บ่นว่ามีอาการ “แสบและเจ็บ” ขณะปัสสาวะ
ข้อมูลจากโรงพยาบาลระบุว่า ด.ญ.ซี มีอาการ “ติดเชื้อและมีหนอง” ในช่องคลอด ซึ่งเป็นอาการที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และแม้จะได้รับยาแล้ว อาการของเด็กกลับดูทรุดลงเนื่องจากความอ่อนเพลียและการติดเชื้อ ด้านร่างกาย เด็กมีอาการทางร่างกายคือเดินเสียศูนย์ หรือเสียทรง เนื่องจากถูกกระทำมาอย่างต่อเนื่อง
นอกจาก ด.ญ.ซี แล้วยังมีเพื่อนของเด็กอีกคนชื่อ ด.ญ.อี (นามสมมุติ) ซึ่งเรียนอยู่ชั้น ป.2 เช่นกัน ที่ถูกนายนาทกระทำด้วย แต่เด็กคนดังกล่าวยังไม่ยอมรับกับผู้ปกครองของตนเอง
เพื่อนบ้านระบุถึงพฤติกรรมหลังการก่อเหตุของพ่อเลี้ยงว่า มักจะพยายามขัง และล็อกกุญแจประตูบ้านไม่ให้เด็กนำเรื่องไปบอกใคร เมื่อเรื่องแดงขึ้นมา นายนาทได้เรียกเด็กๆ เข้ามาในห้องพักและซักถามเด็กด้วยอารมณ์โมโห

นางสาววัชราภรณ์เปิดเผยว่า ตนเองและเพื่อนบ้านได้ “แอบอัดคลิปเสียง” การสนทนาของเด็กกับพ่อเลี้ยงไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งเสียงมีความชัดเจนว่ามีการข่มขู่เด็ก ให้บอกกับทุกคนว่าไม่ใช่เรื่องจริง พวกเด็กๆ เป็นคนโกหกเอง ในขณะที่แอบบันทึกเสียงไว้ ทุกคนพยายามกลั้นอารมณ์โกรธเพื่อจะเอาหลักฐานมัดตัวนายนาทให้ได้
พ่อเลี้ยงพยายามหลบหนีออกจากบ้านในคืนนั้น ก่อนจะกลับมาที่ห้องพักในรุ่งเช้าและพยายามเรียกให้แม่และเด็กๆ เปิดประตู พร้อมทั้งตะโกนให้ไปถอนแจ้งความ แล้วจะเอาเงินเท่าไหร่จะหามาให้ จากนั้นจึงตัดสินใจเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาต่อมา
ปัจจุบัน ด.ญ.ซี อยู่ระหว่างการพักฟื้นที่โรงพยาบาล โดยตำรวจอยู่ระหว่างรอให้เด็กอาการดีขึ้นเพื่อเข้าให้ปากคำและดำเนินการทางกฎหมายต่อไป คุณแม่เอได้ตัดสินใจจ้างนางสาววัชราภรณ์ให้ช่วยดูแลบุตรหลานทั้ง 3 เป็นการชั่วคราว เพื่อให้ตนเองสามารถดำเนินการทางกฎหมายและทำงานต่อไปได้ โดยเธอกล่าวว่า “หนูรับไม่ได้ ใจสลายหมดแหละพี่ที่รู้ความจริง หนูไม่รู้เลยว่าหนูจะอยู่ยังไง เพราะลูกคือทุกสิ่งทุกอย่างและเป็นกำลังใจให้หนูต้องสู้ต่อ”
นางสาววัชราภรณ์ฝากถึงผู้ปกครองที่มีบุตรหลานกับพ่อเลี้ยงว่าควรระมัดระวังและดูแลบุตรหลานให้ดีที่สุด “ดิฉันอยากฝากเตือนให้พ่อแม่ที่ต้องทำงานกะดึกและมีพ่อเลี้ยง ให้ระวัง และดูแลลูกให้ดีที่สุด โดยทางที่ดีคือจับห่างดีที่สุด และไม่ควรปล่อยให้คลาดสายตา”


