หน้าแรก ภูมิภาค ภคมน ซัด ธรรม...

ภคมน ซัด ธรรมนัส ก่อนคว้าเก้าอี้ ส.ส.ใต้ แนะจัดการผักตบชวาลุ่มน้ำปากพนังด้วย

9.11.25 | 16:23 น.

ภคมน ซัด ธรรมนัส ก่อนคว้าเก้าอี้ ส.ส.ใต้ แนะจัดการผักตบชวาลุ่มน้ำปากพนังด้วย หลังพบชลประทานไม่เปิดประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ จนระบบนิเวศพัง

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน นางสาวภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยถึงเรื่องการแก้ไขปัญหาผักตบชวาที่ระบาดเต็มพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังในเวลานี้ว่า “เหลือเชื่อประเทศไทยแค่เรื่องผักตบ ยังจัดการเป็นระบบไม่ได้” ภาพที่เห็นคือลุ่มน้ำปากพนังที่ถูกปกคลุมโดยผักตบชวา วัชพืชที่ส่งผลเสียกับระบบนิเวศ จ.นครศรีธรรมราช พื้นที่ตรงนี้ในอดีตอุดมสมบูรณ์มากเต็มไปด้วยสัตว์ทะเล ลุ่มน้ำปากพนังคือชีวิต ปากท้องและอนาคตของคนในพื้นที่ แต่วันนี้สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงเรื่องเล่า

ความจริงที่ชาวบ้านต้องพบเจอคือลุ่มน้ำปากพนังกำลังวิกฤตหนัก ปลาพื้นถิ่นไม่มี ปัจจุบันมีแต่ปลาหมอคางดำและผักตบชวาคลุมผืนน้ำแทบมองไม่เห็นอะไรเลย สาเหตุหลักของความเสียหายที่เกิดขึ้นกับลุ่มน้ำปากพนังคือ “การบริหารจัดการประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ”

“บอกตรงๆ ไม่เข้าใจไปพื้นที่หลายครั้งก็ไม่เคยได้รับคำตอบว่า ทำไมประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิถึงเปิด-ปิดตามข้อเสนอของนักวิชาการและภาคประชาชนไม่ได้ กลับกลายเป็นว่าประตูน้ำที่ตั้งใจสร้างมาทำให้เกิดสมดุลระบบนิเวศกลายเป็นตัวทำลายระบบนิเวศซะเอง”

Advertisement

การเปิด-ปิดที่ไม่เป็นไปตามช่วงเวลาของฤดูกาล ส่งผลเกิดภาวะน้ำนิ่ง วัชพืชแพร่พันธุ์คลุมทั้งแม่น้ำ เกิดน้ำเปรี้ยว น้ำท่วมขังบางพื้นที่ยาวนาน ชาวบ้านเดือดร้อนทั่วหน้า ชาวประมง ชาวสวน เกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ อ่าวปากพนังตื้น สัตว์น้ำประจำถิ่นอยู่ไม่ได้ เพราะไม่มีแรงดันน้ำจากแม่น้ำปากพนัง ไม่สามารถไล่ตะกอนเลนออกจากอ่าวได้ เหลือร่องน้ำเพื่อเดินเรือที่แคบ จนเรือใหญ่ไปไม่ได้

ปัญหาใหม่ของลุ่มน้ำปากพนังขณะนี้คือปลาหมอคางดำ รุกสัตว์น้ำพื้นถิ่นหมดแล้ว เด็กๆ สมัยนี้ไม่รู้จักแล้วปลากุเลาของอร่อยจากลุ่มน้ำปากพนัง น่าเสียดาย

สิ่งที่พี่น้องลุ่มน้ำปากพนังต้องการคือรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรที่มีความรู้ด้านการเกษตร มองเห็นปัญหา ไม่ใช่แค่เห็นผักตบชวาแล้วสั่งลอกคลอง ลอกให้ตายผลาญงบปีละ 700 กว่าล้านบาทก็ไม่ช่วยอะไร หากไม่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ ยกตัวอย่างง่ายที่สุดถึงฤดูน้ำหลากลุ่มน้ำปากพนังเปิด “เปิดประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ” ให้ระบบนิเวศไหลเวียน แค่นี้ก็ลดปัญหา ลดงบประมาณไปได้มาก

จากข้อมูลประเทศไทย พี่น้องรู้มั้ยเราใช้งบประมาณในการกำจัดวัชพืชในลำน้ำสาธารณะย้อนหลัง 10 ปี (ถึงปี 2568) กว่า 7,000 ล้านบาท โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งกรมชลประทานอยู่ภายใต้กำกับ ได้รับวงเงินงบประมาณประมาณ 315 ล้านบาท (ในแผนของปี 2568)

พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังได้รับงบประมาณในการกำจัดวัชพืชเท่าไรดิฉันไม่ทราบ แต่หากมีความรู้ความเข้าใจเราอาจไม่ต้องใช้เงินปีละหลายร้อยล้านบาทเพื่อกำจัดวัชพืชเลย วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นกับพี่น้องลุ่มน้ำปากพนังไม่ใช่แค่ผักตบชวา ไม่ใช่แค่ปลาหมอคางดำแต่พวกเขากำลังสูญเสียวิถีชีวิต

รัฐมนตรีเกษตรคงมีหลายเรื่องรุมเร้า แต่ท่านปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ไม่ได้ ไหนๆ ก็มุ่งหวังเก้าอี้ในภาคใต้ โชว์ศักยภาพออกคำสั่ง “บริหารจัดการประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ” ให้เป็นไปตามฤดูกาลเพื่อคืนชีวิตให้พี่น้องลุ่มน้ำปากพนัง ลงพื้นที่ไปดู ไปฟังผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลุ่มน้ำปากพนังให้เข้าใจจะได้บริหารจัดการปัญหาตามอำนาจที่มีได้ถูก อย่าแต่ไปยืนชี้แล้วถ่ายรูป ย้ำว่าปัญหาการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่เป็นอนาคตของลุ่มน้ำปากพนัง

มีรายงานข่าวว่า ทางจังหวัดนครศรีธรรมราชได้สั่งการให้สำนักชลประทานที่ 15 พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยระดมเครื่องจักรและทรัพยากร เข้าเร่งแก้ไขปัญหาวัชพืชโดยเฉพาะผักตบชวาเหนือประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เนื่องจากแต่ละหน่วยงานต่างมองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่หน่วยงาน แต่อยู่ที่พ่องานคือ สำนักชลประทานที่ 15 ไม่มีการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด

นายปฎิพัทธิ์ เมืองสุวรรณ ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า ผักตบชวาลุ่มน้ำปากพนังคือตัวชี้วัดความสามารถในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาความเป็นผู้นำของผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยกล่าวว่าแก้ปัญหาไม่ได้สั่งให้ย้าย วันนี้ผู้บริหาร ผส. ชป.ที่ 15 ย้ายมาใหม่ก็ยังแก้ไม่ได้ เพราะเป็นสามีของ ส.ส.ที่จะย้ายมาอยู่พรรคของท่านใช่หรือไม่ และหากทำไม่ได้ ผมจะชวนพื่น้องบ้านผมเดินทางไปร้องขอความเป็นธรรมให้กับพี่น้องของผม