เจรจาด้วยดี! ไวยาวัจกร ชดใช้ 6 แสน เข้าเกียร์ผิดถอยชน ด.ญ.7 ขวบดับสลด ตร.ยันดำเนินคดีตามกม.
กรณีคดี “ไวยาวัจกร” เข้าเกียร์ผิดถอยพุ่งชน ด.ญ.7 ขวบเสียชีวิต และมีเด็กได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย ล่าสุด ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงค่าเสียหายด้านมนุษยธรรมเป็นที่พอใจทั้งสองฝ่ายแล้ว โดยชดใช้เงิน 6 แสนบาท ให้ครอบครัว ด.ญ. 7 ขวบ และจ่ายค่าทำขวัญให้กับเด็กๆ ที่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนทางคดีไม่สามารถยอมความได้ เตรียมแจ้งข้อหา “กระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” เร่งสรุปสำนวนคดี เพื่อส่งสำนวนต่อพนักงานอัยการ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีนายหนูกัณห์ (สงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี ชาวบ้านโสกนกเต็น ต.โสกนกเต็น อ.พล จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นไวยาวัจกรของวัดอโสการาม ขับรถยนต์ยี่ห้อ Mazda สีขาว หมายเลขทะเบียน งข 9711 ขอนแก่น ถอยหลังพุ่งชนทับกลุ่มเด็กชายและเด็กหญิง ที่มารอเก็บเหรียญโปรยทานในขบวนแห่งานบุญกฐินที่กำลังเดินเข้ามาภายในวัด เป็นเหตุให้ ด.ญ.กนก อายุ 7 ปี เสียชีวิต และยังมีเด็กที่ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย ประกอบด้วย ด.ช.เบญจมินทร์ อายุ 9 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ด.ช.ชานนท์ อายุ 7 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ ด.ช.นิพิฐพนธ์ อายุ 8 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยหลังเกิดเหตุการณ์ขึ้นพนักงานสอบสวน สภ.พล ได้เรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาเจรจาตกลงกันหลายรอบ แต่ยังไม่สามารถตกลงกันได้

กระทั่งวันนี้ที่ทั้ง 2 ฝ่ายยินยอมรับข้อเสนอของกันและกัน และตกลงชดใช้ค่าเสียหายด้วยความเข้าใจกันและกัน จึงเดินทางมาที่ สภ.พล อีกครั้งเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการชดใช้ค่าเสียหายให้กับครอบครัวของผู้เสียหาย
โดยฝ่ายผู้ก่อเหตุ คือนายหนูกัณห์ ไวยาวัจกร เดินทางมากับนายรังสรรค์ บุตรชาย โดยได้นำเงินสด จำนวน 600,000 บาท ชดใช้ค่าเสียหายให้กับญาติของ ด.ญ. 7 ขวบ ที่เสียชีวิต ตามที่ได้เจรจาตกลงกัน ส่วนคนเจ็บได้ตกลงชดใช้ค่าเสียหายกันเรียบร้อยเช่นกัน โดยจ่ายค่าทำขวัญให้คนที่เจ็บที่สุด 30,000 บาท และจ่ายค่ารักษาพยาบาลอีก รวมแล้วเป็นเงิน 70,000 กว่าบาท ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 คน ที่บาดเจ็บเล็กน้อยแขนขาถลอกจากการล้ม ได้ไปดูแลจ่ายค่าโรงพยาบาลที่ไปล้างแผล และมีผูกข้อต่อแขนเรียกขวัญ และมอบเงินเป็นค่าทำขวัญ รายละ 3,000 บาท
ด้าน นายรังสรรค์ (สงวนนามกุล) บุตรชายคนโต เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวผ่านทางโทรศัพท์ว่า รู้สึกโล่งใจ เพราะไม่ได้อยากให้เป็นเรื่องเป็นราวกัน จึงพยายามรับผิดชอบทุกอย่างตั้งแต่เกิดเรื่อง อยากให้จบด้วยดี ไม่อยากให้เจ็บช้ำทั้งสองฝ่าย เพราะการสูญเสียก็ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น มันเป็นอุบัติเหตุ จึงเข้าใจทั้งสองฝ่าย แต่ในเมื่อมันเกิดแล้วก็ต้องช่วยกันหาทางแก้ไขช่วยกันเพื่อไม่ให้กระทบต่อจิตใจของผู้ที่ยังต้องดำเนินชีวิตต่อ เช่น ครอบครัวผู้สูญเสีย สิ่งที่จะทำให้ได้คือคำว่ารับผิดชอบ ที่พยายามอย่างที่สุดเต็มกำลังที่มี และมีการพูดคุยกันหลายรอบ กระทั่งเข้าใจกันและกันทั้งสองฝ่าย ที่ต่างรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่น้องๆ ที่ได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้กลับมารักษาตัวที่บ้านเรียบร้อยแล้ว ส่วนทางคดีของพ่อก็ยอมรับกับสิ่งที่ทำ พร้อมเข้ารับโทษตามกระบวนการกฎหมาย

ด้าน พ.ต.อ.พีระฉัตร สาขา ผู้กำกับ สภ.พล เปิดเผยว่า วันนี้ทั้ง 2 ฝ่าย ยินยอมรับข้อเสนอของกันและกัน และตกลงชดใช้ค่าเสียหาย ด้วยความเข้าใจกันและกัน ส่วนด้านคดีเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพราะกรณีดังกล่าวเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ที่ไม่สามารถยอมความกันได้
โดยหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายตกลงค่าเสียหายด้านมนุษยธรรมเป็นที่พอใจทั้งสองฝ่ายแล้ว ร้อยเวรเจ้าของคดีจะแจ้งข้อกล่าวหาแก่นายหนูกัณห์ ไวยาวัจกรวัด ผู้ก่อเหตุ ในฐานความผิด “กระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” โดยจะเร่งสรุปสำนวนคดี เพื่อส่งสำนวนต่อพนักงานอัยการ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


