เด็กคนแก่ผู้ป่วยติดเตียง อพยพไปอยู่วัด-บ้านญาติ หลังเกิดสถานการณ์ตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา
วันที่ 15 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบกับระเบิดขาขาดเป็นรายที่ 7 ในพื้นที่ห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ จากนั้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ก่อนจะระบุว่า ได้ระงับปฏิญญาสันติภาพ และสั่งยุติส่งเชลยศึกแล้ว ทำให้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ก่อนที่ช่วงบ่ายวันที่ 12 พ.ย. เกิดเหตุทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนยิงเข้ามายังฝั่งไทยในพื้นที่ชายแดนบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดอยู่ในขณะนี้
สถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าว ส่งผลให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ชายแดน ต่างไม่มั่นใจในสถานการณ์และความปลอดภัย เริ่มมีการอพยพเฉพาะเด็ก คนชรา ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียงไปอยู่อาศัยกับบ้านญาติในพื้นที่ห่างไกลชายแดน และที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ บ้างแล้ว โดยเช้าวันนี้ (15 พ.ย.) พบว่ามีเด็ก คนชรา ไปพักอาศัยอยู่ที่วัด และผู้ป่วยติดเตียง จำนวน 25 คนแล้ว ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยติดเตียง 1 ราย โดยเป็นชาวบ้านในพื้นที่ ต.แนงมุด อ.กาบเชิง และ ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์
นางเยื้อน หงษ์ทอง อายุ 51 ปี ชาวบ้านหนองจูบ ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ กล่าวว่า สาเหตุที่ตนอพยพมาก่อน เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัย และอยากให้ทหารจัดการได้สะดวก ไม่ต้องห่วงชาวบ้าน มีแม่ป่วยติดเตียงด้วย และฝากให้รัฐบาลช่วยจัดการให้เรียบร้อย ตอนนี้ข้าวยังไม่ได้เกี่ยวลำบากมาก จัดการเสร็จจะได้รีบไปเกี่ยวข้าว
นางกัญญา มณีศรี อายุ 60 ปี ชาวบ้านหนองจูบ กล่าวว่า สาเหตุที่มา เพราะกลัวลูกปืนใหญ่ กลัวเกิดปะทะ ระแวงมาก อยากให้ทหารจัดการให้จบๆ คนที่ไม่ได้อยู่ จะไม่รู้ว่ามันน่ากลัวขนาดไหน ลำบากมาก

