ชายแดนสุรินทร์ยังตึงเครียด ทหารสองฝ่ายยังประจันหน้า ชาวบ้านเริ่มอพยพศูนย์พักพิงหลังมีเสียงปืนเล็ก-ปืนใหญ่ที่บริเวณช่องกร่าง-ช่องระยี อ.กาบเชิง
เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ จ.สุรินทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดสุรินทร์ยังคงตึงเครียด ทหารทั้งสองฝ่ายยังประจันหน้ากัน แถมทหารกัมพูชายังแสดงอาการยั่วยุ แต่ทหารไทยยังรักษาความสงบ

ขณะที่พื้นที่ปราสาทตาควาย ต.บักไดและปราสาทตาเมือนธม ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ทหารทั้งสองฝ่ายยังเผชิญหน้ากันอยู่ และที่เนิน 350 ซึ่งไม่ห่างจากปราสาทตาควาย ทหารทั้งสองฝ่ายยังคุมเชิงกันอยู่ ส่วนที่ปราสาทคนา ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ที่ฝ่ายเขมรได้สร้างบันไดขึ้นมาที่ตัวปราสาทและควบคุมพื้นที่เอาไว้ ทางทหารไทยยังทำอะไรไม่ได้
ล่าสุด ช่วงเย็นวันที่ 15 พฤศจิกายน ทหารกัมพูชาได้ยิงปืนเล็กเข้ามา 1 ชุด และยิงปืนใหญ่ที่ระเบิดกลางอากาศจำนวน 1 ลูก เพื่อเช็กพิกัดทหารไทย ที่บริเวณช่องกร่าง-ช่องระยี ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากปราสาทคนา แต่เสียงปืนและเสียงปืนใหญ่ดังตลอดแนวชายแดน ชาวบ้านได้ยินกันทั่วหน้า คิดว่ามีการปะทะเกิดขึ้น บางส่วนจึงอพยพออกจากพื้นที่ทันทีจนกระทั่งถึงเช้าก็ไม่ปรากฏว่ามีการปะทะกันแต่อย่างใด
ส่วนที่วัดเทพสุรินทร์ อ.เมืองสุรินทร์ ได้มีราษฎรจากบ้านหนองจูบ ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก ได้อพยพเข้ามาอยู่ที่ศาลาวัดแล้ว
ทั้งนี้ จังหวัดสุรินทร์ได้กำหนดศูนย์พักพิงชั่วคราวไว้จำนวน 2 จุด คือ ที่โรงเรียนโสตศึกษาสุรินทร์ อ.ปราสาท และที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ทั้ง 2 จุดรองรับผู้อพยพได้จำนวน 10,509 คน ซึ่งส่วนมากจะอพยพมาจากพื้นที่อำเภอพนมดงรัก จ.สุรินทร์ รวมทั้งเปิดแผนปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังแล้วด้วย
นายสมพาน แหล่งเจริญ อายุ 64 ปี ชาวบ้านใหม่พัฒนา ต.โคกกลาง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ กล่าวว่า อยากให้มีการยิงกัน จะได้จบๆ และกลับมาทำมาหากินได้ตามปกติ เพราะคาราคาซังมาหลายเดือนแล้ว ตนเตรียมพร้อมอพยพตลอดเวลา โดยเฉพาะคนแก่ได้เตรียมพร้อมแล้ว


