เอกชนตราด เห็นด้วยมติ”ปลดล็อก”เวลาขายเหล้า ส่งผลดีต่อธุรกิจท่องเที่ยว ย้ำภาครัฐต้องหามาตรการควบคุมผลกระทบ
เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน นางวรารัตน์ โชติวรรณ เจ้าของโรงแรมตราดซิตี้ และ Hapa Bar & Restaurant อดีตเลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด เปิดเผยว่า จังหวัดตราดเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักของภาคตะวันออก มี 3 เกาะหลักที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ที่แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวมากเกือบ 2 ล้านคน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาหลายแสนคน/ปี และสร้างรายได้ให้จังหวัดตราดถึง 1.8-1.9 หมื่นล้านบาท/ปี ซึ่งนักท่องเที่ยวเหล่านี้ชื่นชอบในเรื่องธรรมชาติที่สวยงาม สงบ และยังคงมีความบริสุทธิ์ เสน่ห์ที่นักต้องเที่ยวประทับใจก็คือ การพักผ่อนหรือมาท่องเที่ยวที่ตราดแล้วจะได้พลังกลับไปทำงาน ไปคิดสร้างงาน สร้างธุรกิจให้เติบโตต่อไป ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มคนทำงานเหล่านี้ต้องการสังสรรค์พักผ่อน นักท่องเที่ยวต่างชาติชอบดื่มแอลกอฮอร์ ในบรรยากาศที่สงบและธรรมชาติยามเย็น สิ่งเหล่านี้หายากในเเหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ แต่ปัญหาก็คือ ระเบียบข้อบังคับทำให้ไม่สามารถทำได้ เช่น ห้ามเปิดขายสุรา หรือแอลกอฮอร์เกิน 24 น.หรือการสุรา หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ในบางเวลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้ประกอบการ และเสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดตราด
“หรือร้านอาหาร สถานประกอบการที่มีดนตรี ไม่สามารถเปิดได้เกิน 24.00 น.ได้ นักท่องเที่ยวหรือนักดื่มจะดื่มต่อหรือไปที่อื่นก็ทำไม่ได้ อีก นี่คือปัญหาและเป็นข้อจำกัดของนักดื่มและนักท่องเที่ยวที่ต้องการสังสรรค์กับหมู่คณะ หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชื่นชอบกลับทำไม่ได้ ส่งผลกระทบอื่นๆ ตามมา อย่างกรณีช่วงวันส่งท้ายปีใหม่ พอใกล้เที่ยงคืนก็นับถอยหลัง แต่พอถึงเที่ยงคืนก็ต้องหยุด เพลงก็จบ เหล้าก็ดื่มไม่ได้ และร้านก็ปิด มันก็เสียอารมณ์หมด หากต่อไปอีก 1 ชม.ก็ดื่มฉลองต่อได้ ก็ได้บรรยากาศต้อนรับปีใหม่ มันคนละความรู้สึกนะ “
นางวรารัตน์กล่าว และว่า เห็นด้วยกับภาครัฐที่มีการปรับเปลี่ยนและผ่อนปรน เพราะจะเป็นโอกาสที่จะทำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น รายได้ของผู้ประกอบการ หรือสถานบริการเพิ่มขึ้น ซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นก็จะทำให้รายได้กระจายไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องด้วย
นางวรารัตน์ กล่าวอีกว่า การเปิดกว้างในข้อระเบียบนี้จะทำให้รายได้ทั้งจากการจำหน่ายสุรา และอาหาร หรือสินค้าที่เกี่ยวเนื่องมาเวลาจำหน่ายที่นานขึ้น รายได้ย่อมสูงขึ้นเป็นสิ่งที่ดี และผู้ประกอบการย่อมยินดีที่จะขยายเวลาจำหน่าย และนักท่องเที่ยวและนักดื่มก็ชอบด้วย ซึ่งมันดีทั้งสองฝ่าย แหล่งท่องเที่ยวก็คึกคัก เหล้า เบียร์ก็ยังกินได้ยังสนุกสนานได้ต่อ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลยิ่งดีใหญ่ ซึ่งต้องบอกว่า ธุรกิจท่องเที่ยว สถานบันเทิง ผับ บาร์ ร้านอาหารได้ประโยชน์จากระเบียบใหม่แน่นอน แต่ก็ต้องอย่าลืมว่า เมื่อดื่มมากๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ ปัญหาทางสังคมที่เกิดจากการดื่มสุรา หรือเบียร์ที่เกินความพอดี
“สิ่งที่ตามมาก็คือ อุบัติเหตุที่จะเพิ่มขึ้นจากการดื่มสุรา หรือเบียร์เกินความพอดี อาจจะเกิดผลเสียมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มขึ้น เกิดปัญหาสังคมเพิ่มขึ้น หรือภาครัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ซึ่งหากจะมองแล้วสะท้อนให้เห็นว่า ผลกระทบที่เปิดกว้างให้ดื่มสุราได้เพิ่มขึ้นในแหล่งเที่ยว เมื่อมองรายได้ที่เพิ่มขึ้น กลับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ จากการทะเลาะวิวาท หรือ ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นจากสาเหตุการดื่มสุราก็มีเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่หากภาครัฐต้องการที่เปิดกว้างเรื่องสุราก็ต้องหามาตรการควบคุมผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมา และหากมีมาตรการที่ควบคุมได้ เช่น เมาแล้วไม่ขับ ดื่มแล้วสงบสติอารมณ์ได้ และไม่สร้างปัญหาสังคมย่อมดี“
นางวรารัตน์ กล่าวอีกว่า แล้วจะเลือกแบบไหน หากมองจากภาคท่องเที่ยวก็เห็นด้วยที่ภาครัฐจะเปิดกว้าง เพราะดีแน่กับธุรกิจท่องเที่ยว และดีมากด้วย แต่ภาครัฐก็ต้องเพิ่มมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการดื่มสุราที่เกินความพอดี และควบคุมให้อยู่ก็จะสามารถป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้เช่นกัน

