ชาวอยุธยา โอด ท่วมหนักกว่าปี 54 สุดอัดอั้น ถาม ปล่อยน้ำเช่นนี้ จะให้ชาวบ้านอยู่อย่างไร
วันที่ 17 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังจากเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท มีการระบายน้ำท้ายเขื่อน อัตรา 2,755 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ยังคงส่งผลสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา น้ำท่วม 11 อำเภอ 136 ตำบล 899 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวน 63,067 ครัวเรือน มีมัสยิดถูกน้ำท่วม 2 แห่ง ถนนในชุมชนถูกน้ำท่วม 58 สาย สถานที่ราชการถูกน้ำท่วม 8 แห่ง โรงเรียนถูกน้ำท่วม 33 โรงเรียน วัดถูกน้ำท่วม 38 วัด ผู้เสียชีวิต 19 ราย
ที่ตำบลบ้านกุ่ม ต.บางชะนี อ.บางบาล ทั้ง 2 ตำบล อยู่คนละฝั่งแม่น้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา พบว่าบ้านเรือนริม 2 ฝั่งแม่น้ำถูกน้ำท่วมสูง หลายเมตร บางจุดลึกถึง 3 – 5 เมตร บ้านบางหลังถูกน้ำท่วมถึงชั้น 2 ถนนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ชาวบ้านเข้าออกต้องใช้เรือในการเดินทางยาวนานมา 3 – 4 เดือน รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ต้องจอดหนีน้ำริมถนน

นายจงรักษ์ ไกลภพ อายุ 56 ปี ชาวบ้านเปิดเผยว่าบ้านตอนนี้ถูกน้ำท่วมมาประมาณ 2 – 3 เดือนแล้ว ความเป็นอยู่ต้องอยู่ตามสภาพ สิ่งใดรับไม่ได้ก็ต้องรับให้ได้เพราะคนอื่นคิดว่าชาวบ้านชิน แต่ในสภาวะแบบนี้ น้ำมาเยอะ จริง เป็นความจริงที่น้ำไม่เท่าปี 54 แต่ปี 54 ไม่มีการปิดคลองบางบาล ไม่มีเขื่อนไม่มีที่กั้น น้ำก็จะถูกระบายไป แต่หากเทียบกับตอนนี้ น้ำสูงกว่า ปี 2554 เป็นเมตร และชาวบ้านบางบ้านอยู่ไม่ได้ ต้องมาอยู่ข้างถนน บ้างก็ไปอาศัยบ้านญาติ ใช้ชีวิตลำบากแต่ก็ต้องทนกันไป
“นักวิชาการบางคนบอกว่าน้ำไม่เท่าปี 54 มันก็น้อยใจ ชาวบ้านมันก็มีแรงกดดันถ้าระบายไป ฝั่งซ้ายบ้าง ฝั่งขวาบ้าง ให้ระบายไปให้ทั่ว ให้ดูด้วยว่า บางบาล บางชะนี บ้านกุ่ม รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้เท่าไหร่ ไม่ใช่อัดมาเต็มที่ 2,800 จนถนนที่ยืนอยู่ก็ไม่รอด เพราะจากชัยนาท มาอ่างทอง ป่าโมก จะกันไว้ทั้ง 2 ฝาก ที่ตอนนี้ไม่ท่วมมากเพราะมันพัง ไปฝั่งซ้ายบ้าง ฝั่งขวาบ้าง ทางนี้ตอนนี้ก็เลยทรงตัว ทรงมาได้ประมาณ 1 อาทิตย์และก็เริ่มลด ประมาณ 10 เซนติเมตร” นายจงรักษ์กล่าว

นายจงรักษ์ กล่าวต่อว่า หากเทียบปี 2554 ปริมาณน้ำเกินปี 2554 แต่ระดับน้ำที่ปล่อยน้อยกว่า เพราะว่าเมื่อก่อนนี้ไม่มีประตูบางบาล อย่างเมื่อก่อนประตูบางบาลไปได้ถึง 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตอนนี้กั้นมาเหลือประมาณ 170 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนน้ำที่เหลือจาก 170 ขึ้นมา ทางบางชะนี ทางบ้านกุ่มจะรับไว้หมด อย่างทางบ้านป้อม แม่น้ำเจ้าพระยาก็รับประมาณ 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
นายจงรักษ์ ระบุว่า จากสถิติน้ำท่วมคลองโผงเผงที่เก็บไว้ ปี 54 โผงเผงท่วมเพียง 800 แต่ตอนนี้ 900 กว่า ลูกบาศก์เมตร ซึ่งในความจริงน้ำสูงกว่านั้น แต่ปัจจุบันมีการสร้างที่กั้นไว้ในหลายพื้นที่ทำให้ปริมาณน้ำท่วมดูน้อย แต่ความเป็นจริงร้ายแรงกว่า ปี 54 เพราะบ้านบางบ้านในปี 54 ท่วมแค่หัวเข่า แต่ปีนี้ท่วมกลับยันเอว หรือเลยขอบหน้าต่าง

“อยากให้เขาแก้ไข ให้เขาดูความจริง ว่า ตำบลบางชะนี ตำบลบ้านกุ่ม รับน้ำได้เท่าไหร่ ควรจะบริหารออกซ้าย หรือ ขวา เท่าไหร่ บางโฉมศรีเท่าไหร่ บางแก้วเท่าไหร่ ในอนาคตถ้าอีก 3 ปีข้างหน้า คลองโผงเผง สร้างประตูระบายน้ำ ทางนู้นจะเบาแต่ก็จะมาหนักตรงนี้ ชาวบ้านจะอยู่กันอย่างไร กรมชลประทานเองก็มีนักออกแบบ เขาต้องออกแบบได้ว่าทำอย่างไรให้ชาวบ้านอยู่ได้ ถ้าพูดแบบชาวบ้าน จะลบแผนที่ตำบลบางชะนี ออกใช่ไหมถ้าทำอย่างนี้ อีกหน่อยชาวบ้านก็ย้าย บ้านคนมีตังก็ย้ายหนีไปอยู่จังหวัดอื่นๆ กันหมด ประชากร 2 ฝั่งแม่น้ำก็จะน้อยลงไป วิถีชีวิตก็จะเปลี่ยน พืชผักอะไรที่เตรียมไว้ท่วมจมหมดแล้วพืชพันธุ์ที่จะมาทำรุ่นหน้าจะเอาที่ไหน มาทำมาหากิน” นายจงรักษ์กล่าวทิ้งท้าย



