เกาะเต่าขยะล้น 30 ตัน/วัน เทศบาลเร่งบีบอัดขนย้ายไปผลิตไฟฟ้า พร้อมใช้โดรนพ่นเอนไซม์ กำจัดกลิ่น
เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลก กำลังเผชิญกับปัญหาวิกฤตขยะสะสมที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น และพื้นที่จำกัดในการกำจัดขยะ
จากปัญหาขยะสะสมบนเกาะเต่ากำลังได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเทศบาลตำบลเกาะเต่าร่วมกับภาคเอกชน เริ่มโครงการขนขยะออกนอกพื้นที่เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและภาพลักษณ์การท่องเที่ยว หลังพบปริมาณขยะเพิ่มขึ้นสูงถึง 30 ตันต่อวัน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในช่วงไฮซีซั่น
นายอภิชาติ มีเพียร นายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ขยะบนเกาะมีปริมาณกองสะสมสูง ทางเทศบาลจึงได้เดินหน้าโครงการเก็บขนขยะแบบบูรณาการ โดยขยะจะถูกขนย้ายไปกำจัดที่องค์การบริหารส่วนตำบลท่าโรงช้าง อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อนำไปเข้าสู่กระบวนการ ผลิตไฟฟ้าพลังงานขยะ ต่อไป
“ปริมาณขยะที่เราต้องรับมือในแต่ละวันไม่ต่ำกว่า 30 ตัน และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะในเดือนธันวาคมนี้ เราจึงต้องเร่งดำเนินการบีบอัดขยะให้เป็นก้อนอย่างสมบูรณ์ เพื่อเตรียมขนขึ้นเรือนำออกจากเกาะโดยเร็วที่สุด” นายกเทศมนตรีกล่าว
น.ส.ธารา เนียมพฤกษ์ ผู้บริหารบริษัท ซิลเวอร์ อินโนเทค จำกัด ผู้ผลิตเอนไซม์ ZUNO ระบุว่า สารดังกล่าวเป็นทางเลือกใหม่ในการลดกลิ่นให้กับชุมชนรอบบ่อขยะ และมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าการใช้ EM ที่มีกลิ่นเปรี้ยว ทำให้ประชาชนรอบพื้นที่หายใจได้สะดวกขึ้น
โครงการนี้ดำเนินการโดย บริษัท ทีดีที มารีน จำกัด ซึ่งได้ลงนามในสัญญาขนย้ายขยะไปกำจัดนอกพื้นที่เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 โดยได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนบนเกาะอย่างดียิ่ง อาทิ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเกาะเต่า, บริษัท เรือเร็วลมพระยา, บริษัท เรือ ช แม่ตาปี และบริษัทอื่นๆ รวมถึงความร่วมมือจากชาวเกาะเต่า
นายพงศภัค วุฒิปุญญะ กรรมการบริหาร บริษัท ทีดีที มารีน จำกัด ยืนยันว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการขยะบนเกาะอย่างยั่งยืน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกาะเต่าคงความสะอาดและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืนต่อไป

